Home Blog Page 364

เปิดตัว Hyundai Staria เอมพีวีสุดล้ำ ในราคาเริ่มต้น 1.749 ล้านบาท

0
Hyundai Staria 1

Hyundai Staria รถเอ็มพีวีอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่มากับการออกแบบล้ำสมัย พร้อมสุดยอดนวัตกรรมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย พื้นที่ใช้สอยที่ปรับการใช้งานได้หลากหลาย ขุมพลังดีเซลขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า และแรงบิด 431 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีให้เลือก 2 รุ่น S ราคา 1,749,000 บาท และรุ่น SEL ราคา 1,999,000 บาท

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มีความภาคภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบว่าประเทศไทย คือตลาดต่างประเทศแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ 11 ที่นั่ง ในรุ่น Hyundai Staria ซึ่งจะเป็นรุ่นที่เปลี่ยนนิยามและกำหนดมาตรฐานให้กับรถยนต์อเนกประสงค์ใหม่

มร.ฮิโตชิ คาเนะโกะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่ได้เผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ซึ่งได้รับการกล่าวขานเป็นอย่างมากและตอนนี้ก็พร้อมแล้วที่จะทำตลาดในประเทศไทย มันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่ตลาดไทยได้รับเลือกให้เปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้เป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย”

มร.คาเนโกะ กล่าวเสริม “รถยนต์รุ่นนี้สะท้อนความเป็นผู้นำของการเป็นยานยนต์แห่งอนาคตของเราในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รถยนต์ Hyundai เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดในตลาดกลุ่มนี้ H1 ได้มีโอกาสรับใช้คนไทยมากถึง 50,000 ครอบครัว และวันนี้รถยนต์ดีไซน์ล้ำที่มาพร้อมกับความมีสไตล์ ความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่พร้อมสรรพ ผมเชื่อมั่นว่า Staria จะสามารถครองใจและเป็นผู้นำในตลาดกลุ่มนี้ได้อย่างไม่ยากนัก

Hyundai Staria 2

“นอกจากนี้ การออกแบบภายในให้มีบรรยากาศเสมือนห้องรับรองระดับเฟิร์สคลาส Staria ไม่เพียงแต่เป็นรถที่มอบความคุ้มค่าแต่ยังตอบโจทย์การเดินทางและการใช้ชีวิตของทุกคนได้เป็นอย่างดี” มร.คาเนโกะ ย้ำ

ทีมออกแบบของฮุนไดได้นำขั้นตอนการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก หรือ Inside-Out ที่เน้นการใช้งานและการปรับใช้พื้นที่ของห้องโดยสารเป็นหลัก แม้แต่ชื่อรุ่น สตาร์เรีย ก็เป็นการนำ 2 คำมารวมกันคือ คำว่า Star แปลว่าดวงดาวและ Ria ที่หมายถึงสาดลงมาเหมือนสายธาร เพื่อสะท้อนแนวคิดและแรงบันดาลใจของการออกแบบที่หมายถึงการล่องลอยของยานอวกาศในหมู่ดวงดาว ดังนั้นมันไม่ใช่เหตุบังเอิญที่การออกแบบภายนอกคือการได้รับแรงบันดาลใจของแสงที่กำลังส่องสว่างสาดโค้งจากเส้นขอบฟ้าของโลกเมื่อมองลงมาจากอวกาศ

Hyundai Staria 3

การออกแบบด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแนวนอนขวางบริเวณสองข้างของกระโปรงหน้า เพื่อเข้ากับกระจังหน้าที่กว้างลายตาข่าย ดูแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังเน้นความสวยงามด้วยไฟคู่หน้าทรงลูกบาศก์ และได้ใช้สีภายนอกด้านหน้าเป็นสีเดียวกันทั้งหมดเพื่อเน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย

Hyundai Staria  5

ธีมการดีไซน์ถ่ายทอดไปถึงด้านหลัง ด้วยบานกระจกที่กว้างตัดขอบด้วยไฟท้ายแนวตั้ง พร้อมติดตั้งไฟแบบ Parametric Pixel ที่เป็นเอกลักษณ์ของฮุนได กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก ได้ง่ายมากขึ้น

Hyundai Staria 6

นอกจากนี้ การออกแบบภายในที่ให้ความสำคัญกับทัศนวิสัยของคนขับและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ขณะเดียวกันก็ยังคงคุณสมบัติของรถยนต์อเนกประสงค์ไว้อย่างครบถ้วน การออกแบบ beltline ที่ต่ำกระจกแบบพาโนรามิค ทำให้รู้สึกเปิดกว้างขณะโดยสารอยู่ในรถ

Hyundai Staria 8

 

บริเวณคอทพิทของผู้ขับขี่ ออกแบบให้ทันสมัย ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง และสวิตช์เปลี่ยนเกียร์ระบบไฟฟ้า มาตรวัดค่าดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้วติดตั้งบริเวณด้านบนของแผงคอนโซล เพิ่มทัศนวิสัยให้ผู้ขับขี่มากขึ้น

Hyundai Staria  9

Hyundai Staria 9

การออกแบบด้วยการใช้นวัตกรรมการใช้พื้นที่ภายในห้องโดยสารอย่างชาญฉลาดเกิดขึ้นจากการใช้ฐานล้อที่มีขนาดยาวที่สุดของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 3,273 มม มิติขนาดตัวถัง ยาว 5,253 มม กว้าง 1,997 มม สูง 1,990 มม. ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อต้องเข้าและออกจากรถ

Hyundai Staria 10

ขุมพลังที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มอบกำลังสูงสุดที่ 177 แรงม้า แรงบิดที่ 431 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงระบบระบายความร้อนด้วยอินเตอร์คูลเลอร์และกังหันเทอร์โบชาร์จเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงบิดในรอบเครื่องยนต์ต่ำ

เพื่อเป็นการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นจึงได้ใช้ช่วงล่างแบบมัลติ-ลิงค์ด้านหลัง ปรับองศาและระดับของ shock absorber เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล พร้อมอัพเกรดคาลิปเปอร์เบรกและจานดิสค์เบรกเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ถุงลมนิรภัยติดตั้ง 6 ตำแหน่ง ทุกที่นั่งติดตั้งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด รวมทั้งยังมาพร้อมระบบเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ดังนี้
•ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Forward Collision Avoidance Assist

Hyundai Staria 11
•ระบบช่วยเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่ออยู่ในจุดอับสายตา Blind-Spot Collision-Avoidance Assist
•ระบบช่วยเตือนและเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถ Rear Cross-traffic Collision Avoidance Assist

Hyundai Staria 12
•ระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทางแยก Forward Collision-Avoidance Assist Junction Turning Function
•ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ Driving Attention Warning
•ระบบป้องกันการออกจากรถเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง Safe Exit Assist ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาจากฮุนได โดยสัญญาณเตือนจะดังขึ้นเพื่อป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถอีกคันกำลังวิ่งผ่าน

Hyundai Staria 13
•ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist
•ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Lane Following Assist
•ระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารด้านหลัง Rear Occupant Alert

ฟีเจอร์เพื่อความสะดวกสบายยังประกอบไปด้วย ประตูด้านข้างเปิดอัตโนมัติอัจฉริยะ ประตูด้านหลังเปิด ปิด อัตโนมัติอัจฉริยะ กล้องมองรอบทิศทางและจุดอับสายตา

สีภายนอกมีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ เอบิส แบล็ค สีเทา สตีล กราไฟต์ และสีเงิน ชิมเมอร์ริ่ง ซิลเวอร์ ส่วนสีภายในมีให้เลือก 2 สีคือ สีดำ-เบจ และสีดำ

Hyundai Staria 15

Hyundai Staria จำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่น สหรับรุ่น S ราคา 1,749,000 บาท และรุ่น SEL ราคา 1,999,000 บาท และพร้อมเปิดรับจองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ

 

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 10 กรกฏาคม พ.ศ. 2564

0
Auto Motor Thailand Pic Open

พบกับรายการ Auto Motor Thailand ตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– ลองขับ Mazda CX-30 พร้อมแวะเที่ยวชิวกับอาณาจักรเจ้าพ่อมอเตอร์โชว์ ที่ Grand Prix Motor Park จ.กาญจนบุรี

Auto Motor Thailand 1

ท่องโลกยานยนต์
– เปิดตัว Ford Ranger XL Street Special Edition และ Ford Ranger Raptor X

Auto Motor Thailand 2
Auto Motor Thailand 4

แอบส่อง ALL NEW MG5 2021 ก่อนขายอย่างเป็นทางการ 20 ก.ค.นี้

Auto Motor Thailand 3

รู้ก่อนขับกับอีซูซุ
– วิธีการพ่วงแบตเตอรี่ให้ปลอดภัย

Auto Motor Thailand 5

ติดตามรับชม Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ Toyota Hilux Revo Z-Edition หล่อด้วยพาร์ทซิ่ง Razer Package พร้อมกล่องแต่ง Ultra Boost

0
Toyota Hilux Revo Z-Edition Pic Open

Toyota Hilux Revo Z-Edition กระบะรุ่นธงที่ได้นำมากระตุ้นยอดจำหน่ายช่วงโควิดด้วยการติดตั้งชุดแต่งหล่อ Razer Package พร้อมกล่องอีซียูแต่งซิ่งจาก Ultra Boost ซึ่งได้มาด้วยสมรรถนะความแรงเพิ่มขึ้นจากเดิม ไปดูกันว่าขุมพลังที่ซ้อนเร้นของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 150 แรงม้า เมื่อถูกสั่งงานใหม่ให้เค้นสมรรถนะเพิ่มขึ้น รวมถึงระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ จะออกอาการขั้น “สับโดด” หรือไม่ ระบบช่วงล่างรวมถึงเบรกจะมีประสิทธิภาพเป็นเช่นไร…เรื่องราวพร้อมให้รับชม

สำหรับ Toyota Hilux Revo Z-Edition ที่ได้นำมาทดสอบมีการปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูซิ่งด้วยชุดแต่ง Razer Package จาก Toyota Accessories มาแนวหล่อ ซิ่ง ด้วยชุดแต่งแอโรพาร์ทรอบคัน และทำโป่งล้อให้ดูใหญ่เพื่อความดุดัน เสริมสติ๊กเกอร์ลายสปอร์ต

Toyota Hilux Revo Z-Edition 1

ไฟหน้าป็นแบบมัลติรีเฟลคเตอร์ ยังไม่มีเดย์ไทม์ กระจังหน้าหุ้มขอบโครเมียม ด้านในทำสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำหุ้มขอบโครเมียมพร้อมไฟเลี้ยวในตัว

Toyota Hilux Revo Z-Edition 2

ฝาท้ายยังคงไม่ได้ติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรง แต่มีการนำไฟเบรคดวงที่สามมมาติดตั้งไว้ ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ Razer

Toyota Hilux Revo Z-Edition 3

ล้อแมกสีทูโทนเป็นแบบ 5 ก้านของเลนโซ่รุ่น P1 หุ้มยาง 225/50R18 ใหญ่เต็มๆซุ้มล้อ

Toyota Hilux Revo Z-Edition 4

ห้องโดยสารเป็นกระบะ 4 ประตูที่กว้างขวาง พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังค์ชั่นปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งเป็นผ้า คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay และระบบเชื่อมต่อ T-Connect และยังมีกล่องเก็บความเย็นบริเวณคอนโซลหน้าผู้โดยสาร

Toyota Hilux Revo Z-Edition 5

บริเวณคอนโซลเกียร์มีปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Eco/Power และใต้คอนโซลจะเพิ่มในส่วนสวิตช์สั่งการของกล่องซิ่งจาก Ultra Boost

Toyota Hilux Revo Z-Edition 6

ในรุ่นที่ได้นำมาทดสอบนั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร VN Turbo ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ แต่ได้พ่วงกล่องซิ่งจาก Ultra Boost ของ ECU Shop ซึ่งสามารถสร้างแรงม้าได้เพิ่มกว่า 30 ตัว

Toyota Hilux Revo Z-Edition 7
ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบปีกนก หลังเป็นแหนบแผ่น แต่เปลี่ยนจาก 5 เหลือ 3 แผ่น ระบบความปลอดภัยถูกติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยหัวเข่าฝั่งผู้ขับขี่, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD และเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกตำแหน่ง

การทดสอบในครั้งนี้เพียงสัมผัสแรกก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง รูปโฉมภายนอกอาจดูคุ้นตา แต่หากมองถึงรายละเอียด โป่งล้อที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับล้อที่มาเต็มซุ้ม ดูดุดันไม่เบา

Toyota Hilux Revo Z-Edition 8

ในฐานะที่ไม่ได้ขับรถเกียร์ธรรมดามานาน จึงต้องใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยกับเกียร์และคลัชอยู่พักใหญ่ ขุมพลังดีเซลเทอร์โบแปรผันขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลัง 150 แรงม้า พร้อมแรงบิด สูงสุดที่ 343 นิวตันเมตร ที่ประจำการอยู่ในรถคันนี้นั้นถือว่ามีพละกำลังพอตัว แต่เพียงกดสวิตช์เปิดโหมดการใช้งานกล่องซิ่ง ซึ่งมีให้เลือก 2 ระดับ ก็จะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทันที และได้ตัวเลขออกมาดังนี้

Toyota Hilux Revo Z-Edition 9

เดิมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 13.67 วินาที เปิดกล่องใช้เวลาเพียง 12.28 วินาที เร็วขึ้น 1.3 วินาที แต่ในช่วงที่สนุกนั่นคือย่านความเร็ว 80-120 กม.ชม. ใช้เวลา 10.6 วิ แต่หากเปิดกล่องจะเหลือเพียง 7.9 วินาที เร็วขึ้นเกือบ 3 วินาทีเลยทีเดียว และเมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้งานปกติ จะมีคุณสมบัติในเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 10-20% จากเดิมตามอีโค่สติกเกอร์อยู่ที่ 15 กม./ลิตร

Toyota Hilux Revo Z-Edition 10

สำหรับช่วงล่างอาจจะนุ่มไปสักนิด ในความเร็วต่ำขับขี่สบาย แต่เมื่อไหร่ที่ต้องการซิ่ง อาจต้องอัพเกรดโช๊คอัพเพื่อความมั่นใจในการขับขี่อีกสักนิด แต่เบรกแบบหน้าดิส หลังดุม ก็ถือว่าเอาอยู่

อันที่จริงแล้วทั้งล้อแมก และกล่องซิ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งที่เพิ่มเติม แต่สามารถไปรวมอยู่ในยอดไฟแนนซ์เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าของรถที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ แต่แอบเชียร์อีกนิดว่ากล่องซิ่งจาก Ultra Boost นั้นทำให้รถคันนี้แรงและขับสนุถกขึ้นอีกเยอะ

Toyota Hilux Revo Z-Edition 13

ค่าตัว 763,000 บาท เป็นราคาค่าตัวของรถคันนี้ แต่หากจะรับพร้อมกล่องอีซียูซิ่ง Ultra Boost ก็จะได้ในราคาพิเศษเพียง 21,145 บาท รวมถึงล้อแมกอาจลวดลายไม่ถูกใจ ก็ไปหาใหม่เอาแบบลวดลายที่โดนใจคุณ ทางลิสซิ่งของโตโยต้า ยินดีรับทุกเงื่อนไขไว้พิจารณา

 

 

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่น ตอบโจทย์ทุกเซกเมนต์ All New EXCITER 155 VVA นำทัพสานต่ออัตราเติบโตครึ่งปีแรก พร้อมตอกย้ำคุณภาพสินค้ากล้า “รับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กม.” เชื่อตลาดรถจักรยานยนต์เติบโตต่อเนื่อง ปิดยอดประจำปีที่ 1.53 ล้านคัน

0

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เดินเกมรุกตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง สานต่อความสำเร็จหลังผ่าน 2 ไตรมาสแรก ยามาฮ่ามีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 15.2% พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยรถใหม่ 6 รุ่น นำโดย All New EXCITER 155 ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม พร้อมตอกย้ำคุณภาพสินค้าด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ยึดมั่นปรัชญา “Kando creating company” พันธกิจ และวิถีอันเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า คาดตลาดรถจักรยานยนต์ปิดยอดประจำปีที่ 1.53 ล้านคัน ขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.7%

มร.ทัตสึยะ โนซากิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงสถานการณ์โดยรวมของธุรกิจรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกว่า “จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีที่ผ่านมานั้น ธุรกิจรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่นๆในประเทศ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการระบาดในระลอกใหม่ ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถจักรยานยนต์ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับการประกอบอาชีพ และการลดต้นทุนในการเดินทางตามสถานการณ์ปัจจุบัน และยามาฮ่ายังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเหมาะสมกับทุกการใช้งาน”

“ในทางกลับกันกำลังการผลิตในด้านอื่นๆ ไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การผลิตชิ้นส่วนวงจรไฟฟ้าและอะไหล่อื่นๆ ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้ พร้อมกับราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น โรเดียม และอลูมิเนียม ที่จำเป็นต่อการผลิตรถจักรยานยนต์ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ยามาฮ่าไม่ได้ผลักภาระต้นทุนดังกล่าวสู่ท้องตลาดและกระทบกับผู้บริโภค โดย ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ยังคงสู้วิกฤติโควิด-19 ด้วยการปรับการผลิตและการขายให้ตอบสนองต่อทุกการเปลี่ยนแปลง “ทั้งนี้ยามาฮ่ายังคงวางแผนระยะยาวด้วยแนวคิด “ART for Human Possibilities” และได้เริ่มต้นเดินหน้าสู่ปี 2030 ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาสินค้ายามาฮ่าด้วยวิทยาการชั้นสูง ผ่านวิถีของ ยามาฮ่า และเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเดินทาง เพื่อเพิ่มศักยภาพความเป็นไปได้ของผู้คน และทำให้สังคมและการใช้ชีวิตดียิ่งๆขึ้นไป”

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย รองประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า “สำหรับสภาวการณ์หลังผ่าน 2 ไตรมาสแรกของปี 2564 ภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศมีการเติบโตขึ้นถึง 19.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) ซึ่งยามาฮ่าเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 19.5% ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราทำการเปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เช่น All New YAMAHA AEROX และ NMAX Connected ใหม่ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 ยามาฮ่าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของสินค้าด้วยยอดจำหน่ายใน 2 ไตรมาสแรกมากกว่า 1.32 แสนคัน ส่งผลให้การคาดการณ์ตลาดรวมรถจักรยานยนต์ในประเทศจนถึงปลายปี 2564 จะมียอดจำหน่ายราว 1.53 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.7%”

“โดยยามาฮ่าตั้งเป้าครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 16.5% ด้วยการเสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ด้าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.) การเปิดตัวสินค้าใหม่ 6 รุ่น ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตในตลาดรถจักรยานยนต์ให้ได้มากยิ่งขึ้น 2.) มุ่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่นที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี 3.) ยกระดับและพัฒนาศูนย์บริการยามาฮ่าทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยมาตรฐานสูงขึ้น 4.) รุกการตลาดแบบออนไลน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ใช้การสื่อสารด้านออนไลน์เป็นทางเลือกหลักมากยิ่งขึ้น”

ขณะที่ นายภาณุพล กิตติคำรณ รองผู้จัดการใหญ่ด้านการขายและการตลาด กล่าวถึงภาพรวมและการตลาด 2 ไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 ว่า “สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยามาฮ่ายังคงไม่หยุดที่จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์ และครั้งนี้เราได้เปิดรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ครบทุกเซกเมนต์ถึง 6 รุ่น ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ด้วยกันถึง 2 รุ่น นำโดยกลุ่มรถครอบครัวอย่าง All New YAMAHA EXCITER ที่มาพร้อมกับ ดีไซน์ใหม่ ดุดันเร้าใจพร้อมราคาแนะนำที่ 68,000 บาท และ YAMAHA FINN รุ่นใหม่ “สตาร์ทมือ-ดรัมเบรก” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรถจักรยานยนต์ที่มีราคาย่อมเยาด้วยราคาแนะนำที่ 39,800 บาท สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และเรายังคงเน้นเรื่องการรับประกันทั้งคัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางใน YAMAHA FINN ทุกรุ่นอีกด้วย

ในส่วนของกลุ่มรถสปอร์ต ยามาฮ่าได้ทำการเปิดตัวรถสปอร์ตคลาส Mediumweight เครื่องยนต์ขนาด 321 ซีซี อย่าง YZF-R3 สีใหม่ และ MT-03 สีใหม่ โดยใน 2 รุ่นนี้ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตไซซ์กลาง โดย YZF-R3 สีใหม่นี้ นำโดยสี ฟ้า Cyan ที่เป็น Global Trend พร้อมกับสีน้ำเงิน Racing Blue และ สีดำ Matt Black ด้วยราคาแนะนำที่ 198,200 บาท ในส่วนของ Naked Sport อย่าง MT-03 สีใหม่ ที่ได้รับความนิยมและสร้างยอดจำหน่ายได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ทำการเปิดตัวด้วยยอดจำหน่ายถึง 200 คันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้เราเปิด 2 สีใหม่ สุดเร้าใจ!!! นั่นคือ “สีเทา – Pastel Dark Grey” ที่ และ “สีน้ำเงิน – เทา Deep Purplish Blue Metallic” ด้วยราคาแนะนำที่ 187,700 บาท

และที่ขาดไม่ได้กับกลุ่มรถออโตเมติกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศมาในครั้งนี้ ยามาฮ่าพร้อมเปิดตัวรถ Automatic Style Modern Classic ที่ขายดีที่สุดในประเทศครองใจลูกค้า มานานกว่า 10 ปี ด้วยยอดขายกว่า 500,000 คัน พร้อมกับระบบ Hybrid รุ่นแรกของประเทศไทย New Grand Filano Hybrid 6 สีใหม่ สุดพรีเมี่ยมซึ่งเป็นสีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป และกลุ่มสีแฟชั่นเซตในปี 2022 ได้แก่สีชมพู Charming Old Rose สุดทันสมัย และสีน้ำตาล Earth Brown ในรุ่น ABS พร้อมราคาแนะนำที่ 63,100 บาท และ 4 สี ในรุ่น Standard นำโดยสีแดง Energetic Red, สีเทา Luxury Grey, สีน้ำเงิน Fresh Blue และสีดำ Majestic Blackพร้อมราคาแนะนำที่ 58,600 บาท โดยเรายังคงใช้วง Getsunova เป็นพรีเซนเตอร์อย่างต่อเนื่องพร้อมกับการสร้าง Brand GF ให้มีความโดดเด่นต่อไป
สำหรับรุ่นสุดท้ายในวันนี้ยามาฮ่าพร้อมเปิดตัวรถออโตเมติกสไตล์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมด้วยยอดขายกว่า 1 แสนคัน จากกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ สปอร์ต และโฉบเฉี่ยว สีจัดจ้าน ด้วยรุ่น GT125 2 สีใหม่ ที่ยังคงความสปอร์ตจัดจ้านอย่างชัดเจน อีกทั้งยังตอบสนองอัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันอย่างดีเยี่ยม นำโดยสีแดง Red Force แดงสดใสพร้อมกราฟิกใหม่ เน้นย้ำความเป็น Sport Automatic อย่างชัดเจน และ สีเทา Mystic Gray พร้อมราคาแนะนำที่ 46,900 บาท โดยไทยยามาฮ่ามอเตอร์ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มศักยภาพของแบรนด์ยามาฮ่าในประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ครบทุกเซกเมนต์ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่านั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ด้วยการรับประกันรถจักรยานยนต์ทั้งคัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ในรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดไม่เกิน 400 ซีซี ทุกรุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มรถครอบครัวอย่าง ”ยามาฮ่าฟินน์” ที่ยามาฮ่า กล้าให้การรับประกันทุกชิ้นส่วนยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขอขอบคุณร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท Finance และสื่อมวลชนทุกๆ ท่านที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา โดยบริษัทฯ จะยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและบริการที่ดีรวมทั้งกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทั่วประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านเป็นอย่างดีเหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกขบวนรถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม ในงาน BMW Premium Selection Festival 2021

0

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดเต็มข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองจากบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกเป็นเจ้าของยนตรกรรมมือสองหรูระดับพรีเมียมกันแบบอุ่นใจจากที่บ้านผ่านโชว์รูมออนไลน์ https://usedcar.bmw.co.th/ ที่รวบรวมรถยนต์ผ่านการตรวจสอบสภาพตามมาตรฐานและผ่านการรับรองภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection ไว้กว่า 100 คัน โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ในงาน BMW Premium Selection Festival 2021 ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม 2564 จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษถึงสองต่อ ได้แก่ การขยายระยะเวลาโปรแกรมรับประกันรถยนต์ BMW Extended Protect นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรีบัตรกำนัลเงินสดมูลค่ากว่า 20,000 บาท สำหรับ Staycation ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองที่ผ่านการรับรองด้วยมาตรฐานระดับโลกในงาน BMW Premium Selection Festival 2021 ณ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ ก็สามารถทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่าน https://bit.ly/3AlAGLj เพื่อลดความแออัดของผู้เข้าชมตามมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยนอกจากการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมแล้ว ยังได้จัดเตรียมให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของพนักงานและลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกคน และทำความสะอาดจุดสัมผัสต่าง ๆ เป็นประจำทั้งในบริเวณโชว์รูมและรถยนต์ที่จัดแสดง เช่น พวงมาลัย หัวเกียร์ และมือจับประตู เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

รถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองทุกคันภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection เป็นรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานโดยละเอียดแบบ 360 องศาของบีเอ็มดับเบิลยู อีกทั้งยังมีประวัติการเข้ารับบริการจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ พร้อมการรับประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี จึงสามารถอุ่นใจได้ในทุกการขับขี่ด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของยานยนต์ระดับพรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยูได้ง่ายดายยิ่งขึ้นในราคาที่คุ้มค่า คุณภาพชั้นเลิศ และบริการครบวงจร

ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่จองรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองภายในงาน BMW Premium Selection Festival 2021 ทั้งทางออนไลน์และ ณ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ระหว่างวันที่ 10-17 กรกฎาคม 2564 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้*

  • ขยายระยะเวลาคุ้มครองภายใต้โปรแกรมรับประกันรถยนต์ BMW Extended Protect นานสูงสุด 2 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
  • ฟรี บัตรกำนัลเงินสดมูลค่ากว่า 20,000 บาท สำหรับ Staycation ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 1 คืน

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ผู้บริหารป้ายแดงและรถยนต์มือสองจากบีเอ็มดับเบิลยูได้ที่ https://usedcar.bmw.co.th/

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย

0

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ประกาศปรับกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพในการขาย (retail optimization strategy) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมให้ศูนย์บริการสำหรับการกำหนดกลยุทธ์ใหม่รับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะให้บริการผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ พร้อมนำเสนอซับแบรนด์ที่หลากหลายให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานช่องทางการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและให้การสนับสนุนด้านกลยุทธ์แก่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศผ่านกลยุทธ์ใหม่นี้

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 หรือไม่ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทุกวันนี้ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ทุกอย่างได้ทางออนไลน์ นี่จึงเป็นที่มาให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ตัดสินใจประกาศจุดยืนเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับทิศทางการทำธุรกิจในรูปแบบของการเพิ่มความหลากหลายทางการขายและการบริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและขั้นตอนการซื้อรถยนต์ของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง จากการวิจัยของเรา ลูกค้ามากถึง 97% เลือกค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนมาที่โชว์รูม และลูกค้าจำนวน 50% ยังเลือกสำรวจรายละเอียดของรถยนต์แบบดิจิทัล (digital navigation) ก่อนมาชมรถยนต์คันจริง นั่นหมายความว่า การสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนที่จะเชื่อมต่อลูกค้ามายังศูนย์บริการเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งด้วยแรงผลักดันจากความเปลี่ยนแปลงในเรื่องพฤติกรรมของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล และการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงวางเป้าหมายที่จะรีเซ็ตเครือข่ายของเราเพื่อรองรับการขายในรูปแบบใหม่ และเพราะความกล้าในการก้าวข้ามขีดจำกัดเป็นส่วนหนึ่งในดีเอ็นเอของเมอร์เซเดส-เบนซ์มาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนิน  กลยุทธ์การขายใหม่ในครั้งนี้”

Motor Show 2021 37

เมอร์เซเดส-เบนซ์ตั้งเป้าเพิ่มความหลากหลายของการขายและการบริการภายใต้หลักการของความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนวิธีการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ใน 5 ส่วน ได้แก่

  • การคิดและทำในสไตล์แบรนด์ลักชัวรี ด้วยพฤติกรรมการซื้อและการเป็นเจ้าของแบรนด์ลักชัวรีของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงพร้อมเสนอแนวทางใหม่ในการทำธุรกิจเพื่อตอบรับความคาดหวังของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น
  • มุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างมีกำไร – ด้วยความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ทั้งในส่วนของการขาย การวางแผนการผลิต และการจัดการด้านลอจิสติกส์ ช่วยให้เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมสำหรับแผนการเติบโตรูปแบบใหม่
  • ขยายฐานลูกค้าด้วยการขยายซับแบรนด์ – ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายในพอร์ตโฟลิโอของเรา โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งรุ่น EV และ PHEV เมอร์เซเดส-เบนซ์จะโฟกัสไปที่การสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเตรียมทั้งผลิตภัณฑ์และอะไหล่ไว้รองรับความต้องการให้เพียงพอ
  • รักษาฐานลูกค้าพร้อมเพิ่มรายได้ – การสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังพร้อมสานต่อการขายและการบริการสู่ช่องทางออฟไลน์ที่ศูนย์บริการได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
  • ปรับฐานต้นทุนให้ต่ำลงแต่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ – ซึ่งนำไปสู่นโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของโชว์รูมพร้อมมาตรการสนับสนุน

Motor Show 2021 35

ภายใต้กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการขายและการบริการแบบใหม่ สิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ตั้งเป้าหมายไว้คือการเพิ่มปริมาณการขายต่อจุดขายและบุคลากร ตลอดจนการเพิ่มการเติบโตของธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับการเติบโตของศูนย์บริการ เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเพิ่มความหลากหลายในรูปแบบการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มศูนย์บริการเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายรถยนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์ยืนยันว่า โชว์รูมและศูนย์บริการจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ แต่เราต้องปรับบทบาทใหม่ โดยเปลี่ยนโชว์รูมให้กลาย touchpoint ที่ช่วย “เติมเต็มประสบการณ์” และให้ลูกค้า “สามารถกำหนดทุกอย่างได้ตามความต้องการ” ซึ่งภายใต้ทิศทางใหม่นี้ ลูกค้าจะสามารถเชื่อมต่อกับแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ก่อนผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนที่แบรนด์จะพาลูกค้าเชื่อมต่อไปยังช่องทางออฟไลน์ที่โชว์รูมและศูนย์บริการได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งนี่คือวิธีการที่เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถบริหารงานได้อย่างมีความยืดหยุ่นและสะดวกขึ้นสำหรับลูกค้า ทั้งยังเป็นการบริหารงานที่มีความยั่งยืนมากขึ้นสำหรับพันธมิตรในระยะยาว

บริดจสโตน คืนกำไรให้ร้านค้าสมาชิก กับกิจกรรมแจกรางวัลใหญ่ B-Point Big Campaign

0

บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด คืนกำไรให้กับร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) แจกรางวัลใหญ่ รถยนต์อีซูซุดีแมคซ์ และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ในกิจกรรม B-Point Big Campaign ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กิจกรรมพิเศษเพื่อสิทธิประโยชน์มอบให้ร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) ที่เข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนนเอกสิทธิ์ของบริดจสโตน โดยการซื้อยาง บริดจสโตน ไฟร์สโตน และเดย์ตัน ผ่านทางร้านค้าผู้แทนจำหน่ายค้าส่งของบริดจสโตน (Wholesale Partnership : WSP)

นำโดย คุณวิโรจน์ ครอบครองจิต รองผู้จัดการส่วนงานขายและปฏิบัติ​งาน บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการ​ผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธีจับรางวัล โครงการ B-Point Big Campaign ซึ่งผู้โชคดี ได้แก่ ร้านสวีศูนย์ล้อ จากจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นร้านค้าสมาชิกบีพอยท์ (B-Point) ได้รับรางวัลใหญ่ รถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ 1.9 Ddi Z มูลค่า 750,000 บาท จำนวน 1 รางวัล นอกจากนี้ยังมีรางวัลรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซูเปอร์ คัพ จำนวน 10 รางวัล และโทรศัพท์ iPhone 12 จำนวน 30 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านบาท

บีพอยท์ (B-Point) คือ โปรแกรมสะสมคะแนนเอกสิทธิ์ของบริดจสโตน เพื่อคืนกำไรให้กับร้านค้าสมาชิกที่ซื้อยาง บริดจสโตน ไฟร์สโตน และเดย์ตัน ผ่านผู้แทนจำหน่ายค้าส่งของบริดจสโตน Wholesale Partnership (WSP) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และสำหรับคะแนนที่สะสมนั้นร้านค้าที่เป็นสมาชิกสามารถใช้นำไปแลกทอง และของรางวัลต่างๆ กว่า 2,200 รายการ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า บัตรกำนัล เครื่องมือช่าง แพ็กเกจท่องเที่ยว และของรางวัลที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับร้านค้ายางรถยนต์ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรม “B-Point” สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่              โทร. 02-039-5707

เมื่อรถของคุณสื่อสารได้อย่างมีความหมายและเต็มไปด้วยความรู้สึก

0

ยานพาหนะ ‘พูด’ กับผู้ขับขี่ตลอดเวลา ไม่ว่าผู้ขับขี่จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เสียงปิ้งๆ และเสียงปี๊บๆ ที่เราได้ยินกลายเป็นภาษากลางระหว่างคนกับเครื่องจักร เพื่อส่งสัญญาณว่าประตูปิดไม่สนิทหรือไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

การกำหนดเสียงที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญต่อผู้ขับขี่ เป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างวิศวกรด้านเสียงของนิสสันและผู้เชี่ยวชาญจาก บันได นัมโค (Bandai Namco Group) บริษัทผู้นำด้านความบันเทิงเพื่อพัฒนาเสียงในรถสำหรับรถยนต์นิสสันรุ่นใหม่ ตั้งแต่ปี 2021 เช่น นิสสัน โร๊ค (Nissan Roque) และนิสสัน พาธไฟเดอร์ (Nissan Pathfinder) ที่จำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา นิสสัน โน๊ต ในประเทศญี่ปุ่น และนิสสันแคชไค (Qashqai) ในทวีปยุโรป

PAC-MAN™&©BANDAI NAMCO Entertainment Inc

“เราอยากให้ผู้ขับขี่เข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ในรถได้ง่ายขึ้น พร้อมกับใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปทำให้รู้สึกถึงความเป็นนิสสัน” ฮิโรยูกิ ซูซูกิ หัวหน้าวิศวกรผู้ดูแลการออกแบบเสียงข้อมูลในรถยนต์นิสสัน (Hiroyuki Suzuki, Nissan’s lead engineer for in-car information sound design) อธิบาย “ในการพัฒนาเกม ฝ่ายสร้างสรรค์เสียงของบันได นัมโค จะสร้างเสียงจำลองที่ผู้เล่นสามารถเข้าใจได้โดยสัญชาตญาณ เราร่วมมือกันเพื่อสร้างเสียงที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจโดยสัญชาตญาณได้เช่นกัน นี่คือส่วนหนึ่งของโครงการสร้างสรรค์เสียงในรถสำหรับรถยนต์นิสสันรุ่นใหม่ทั่วโลกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

ฮิโรยูกิ ซูซูกิมินาโมะ ทาคาฮาชิ

การออกแบบเสียง ต้องอาศัยหลักจิตวิทยา และคงไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่านักออกแบบเสียงในวิดีโอเกม ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สร้างสรรค์เสียงที่เกมเมอร์ทั่วโลกสามารถเข้าใจได้ง่าย

“ปกติแล้วเสียงในเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือเสียงที่แสดงถึงภาพรวมและที่มาที่ไปของเกม ส่วนที่สองคือเสียงที่ใช้ระหว่างเล่นเกมซึ่งสำคัญมากเพราะเป็นเสียงที่ส่งฟีดแบคและเตือนเมื่อผู้เล่นเมื่อกำลังอยู่ในอันตราย” มินาโมะ ทาคาฮาชิ ผู้กำกับเสียงแห่งศูนย์วิจัย บันได นัมโค (Minamo Takahashi, the sound director at Bandai Namco Research Inc.) อธิบาย

ทาคาฮาชิ ให้ข้อมูลว่า เสียงเตือนในห้องโดยสารของรถจะต้องถ่ายทอดข้อมูลที่สำคัญโดยไม่ทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเสียงระหว่างเล่นเกม เขายังกล่าวต่อว่า แม้ว่าวิดีโอเกมจะสมจริงเพียงใด แต่เสียงที่ใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงยังคงแตกต่างจากเสียงในเกมมาก และการทำงานร่วมกับทีมนิสสันทำให้เขาได้พัฒนาเสียงที่มีความโดดเด่นและใช้งานได้จริงสำหรับรถยนต์นิสสัน

“มันเป็นกระบวนการที่จริงจังมาก” ทาคาฮาชิเล่า “เราอยู่ในสตูดิโออัดเสียงกันหลายวัน ประชุมกันหลายรอบมาก และลองผิดลองถูกกับทีมวิศวกรรมเสียง ทีมวางแผนผลิตภัณฑ์ ทีมออกแบบ และทีมทดลองของนิสสันเพื่อร่วมกันหาเสียงที่เหมาะสมกับแบรนด์นิสสัน”

เมื่อเราได้โทนเสียงที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การสร้างโทนเสียงตามความฉุกเฉินและความจริงจังของข้อมูลที่ส่งไปยังผู้ขับขี่ มิวา นากามูระ วิศวกรทดสอบการยศาสตร์จากนิสสัน อธิบายว่า “ความฉุกเฉินนั้นขึ้นอยู่กับความถี่ของเสียง เช่นเดียวกับระดับความรุนแรง และเพื่อให้เข้าใจโดยสัญชาตญาณว่ามีการใช้เสียงประเภทใด เสียงแต่ละเสียงจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มการใช้งานและแยกตามโทนเสียง”

มิวา นากามูระฮาโตะ ฮิโรชิ

นอกจากการสร้างเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว วิศวกรของนิสสันยังต้องเฟ้นหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งสัญญาณแจ้งเตือนภายในห้องโดยสาร หลังพบว่าอุปกรณ์แบบโมโนโทนที่ใช้กันทั่วไปไม่สามารถปล่อยโทนเสียงหลายชั้นที่ทางบันไดร่วมสร้างสรรค์ได้ ทำให้พวกเขาต้องหาวิธีแก้

“อุปกรณ์แบบเดิมมีข้อจำกัดในการส่งสัญญาณ เราจึงพัฒนาลำโพงขึ้นมาใหม่” ฮาโตะ ฮิโรชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบในรถยนต์ของนิสสัน(Hato Hiroshi, a Nissan expert of vehicle system design) กล่าว

“ลำโพงใหม่คุณภาพสูงนี้ถูกติดตั้งอยู่ใต้แผงหน้าปัด ใกล้กับผู้ขับขี่และถูกปรับแต่งให้เหมาะกับเสียงแบบใหม่ในรถยนต์นิสสัน ช่วยให้เสียงเตือนที่สำคัญนั้นเด่นกว่าเสียงจากลำโพงของเครื่องเสียงในรถยนต์”

ถือได้ว่าความร่วมมือระหว่างนิสสันและบันได นัมโคประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก วิศวกรจากนิสสันได้รับมุมมองใหม่ ๆ จากผู้ออกแบบเสียงในวิดีโอเกม ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกมก็ได้ค้นพบวิธีใหม่ ๆ สำหรับการออกแบบเสียงต่าง ๆ

“เมื่อผมขึ้นนั่งบนรถแล้วได้ยินเสียงสัญญาณดังขึ้น มันคือความรู้สึกเดียวกับตอนครั้งแรกที่ผมเล่นเกมที่ตัวเองสร้าง” “แม้ว่าจะเป็นคนละอุตสาหกรรม แต่รสชาติของความสำเร็จเมื่อคุณบรรลุเป้าหมายนั้นไม่ต่างกัน” ทาคาฮาชิจากบันได นัมโค กล่าวทิ้งท้าย

 

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก ในวันที่ 1 กรกฏาคม ณ บ้านเลขที่ ๑

0

เกรท วอลล์ มอเตอร์ จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรก ณ บ้านเลขที่ ๑ โดยมีทีมผู้บริหารระดับสูง นำโดย มร. เอลเลียต จาง ประธาน มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย และนายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้าชาวไทยกลุ่มแรกทั้ง 11 ครอบครัว ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะและการดูแลลูกค้าแบบ O2O (Online-To-Offline) ครบวงจร

หลังจากการเปิดตัว All New HAVAL H6 Hybrid SUV พร้อมการประกาศราคาอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แสดงความพร้อมในการส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้ากลุ่มแรก
ในวันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2564 โดยได้จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ ณ บ้านเลขที่ ๑ ถนนสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมีทีมผู้บริหารระดับสูงจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาร่วมแสดงความยินดีและส่งมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ให้กับลูกค้ากลุ่มแรกด้วยตัวเอง

มร.เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นอีกวันที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนับเป็นวันแรกที่เราได้ส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย นับเป็นการตอกย้ำความตั้งใจและการรักษาคำมั่นสัญญาของเราที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง GWM Application และออฟไลน์อย่าง GWM Store ทั้ง 2 รูปแบบของเรา เพื่อให้สามารถตอบโจทย์
ความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น เราขอขอบคุณลูกค้าทุกๆ ท่านอีกครั้ง ที่ได้ให้ความไว้วางใจ ให้การต้อนรับ และสนับสนุน เกรท วอลล์ มอเตอร์ เป็นอย่างดีเสมอมา All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งของเราในประเทศจีนและทั่วโลก วันนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้นำหนึ่งในรถยนต์ที่ทันสมัยและเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะรุ่นนี้มาส่งมอบให้กับคนไทย และเราเชื่อว่าลูกค้าของเราทุกคนจะได้รับประสบการณ์ขับขี่อัจฉริยะที่ไม่เหมือนใครที่มาพร้อมกับการบริการรูปแบบใหม่ที่จะสร้างความประทับใจ
ได้อย่างแน่นอน”

สำหรับลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้รับมอบรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV มีด้วยกันทั้งสิ้น 11 ครอบครัว โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่ได้ทำการจองสิทธิ์เพื่อซื้อผ่านแคมเปญ ULTRA DEAL ซึ่งเป็นแคมเปญสุดพิเศษที่จัดขึ้นก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะทยอยส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

All New HAVAL H6 Hybrid SUV ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ/ลิตร มาพร้อมระบบ Turbo
แปรผัน (VGT) ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร และระบบเกียร์ DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร อ้างอิงจากระบบป้ายข้อมูลรถยนต์
ตามมาตรฐานสากล (ECO Sticker) และยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะภายใต้แนวคิด LIFE+ คือ L: การขับขี่อัตโนมัติระดับ L2 I: ระบบอัจฉริยะ Intelligence V 3.5 รองรับคำสั่งงานด้วยเสียง F: FOTA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถอัพเกรดซอฟต์แวร์ผ่านเทคโนโลยีการอัปเกรดระยะไกล E: ชิปอัจฉริยะ EYEQ4 และ + (Plus): ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่

All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ULTRA ราคา 1,249,000 บาท และรุ่น PRO ราคา 1,149,000 บาท ซึ่งจะเป็นราคาแบบ “ONE PRICE” ราคาเดียวเท่ากันในทุกช่องทางจำหน่าย โดยมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพตัวรถและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Factory Warranty & Roadside Assistance) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้จัดแคมเปญ Premiere Deal สุดพิเศษในช่วงเปิดตัว ที่มาพร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% นานสูงสุด 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษา GWM PRO Service Inclusive  (GPSI)  5 ปี หรือ 100,000 กิโลแมตร ฟรีคะแนนสะสม GWM Point 15,000 คะแนน ฟรีบริการส่งมอบรถทั่วประเทศพร้อมน้ำมันเต็มถัง และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท  สำหรับผู้ที่จองในระหว่างวันนี้
ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยผู้สนใจสามารถจองและทดลองขับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้
ผ่าน 2 ช่องทาง ทั้ง GWM Application และเว็บไซต์ WWW.GWM.CO.TH หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Centre โทร. 02-668-8888

มาสด้าฝ่ามรสุมโควิดครึ่งปีแรกส่งมอบลูกค้า 19,000 คัน เตรียมเสริมทัพทั้งเก๋งและเอสยูวีบุกตลาดครึ่งปีหลัง

0

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยและผู้คนทั่วโลก มาสด้าขอส่งกำลังแรงใจไปยังบุคลากรทางด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนชาวไทยทุกคนขอให้ทุกคนเข้มแข็งและอดทนเราจะจับมือก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ที่สำคัญมาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศที่ให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้า ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 มาสด้าสามารถส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ให้กับลูกค้าไปแล้วกว่า 19,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 23% (เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา) โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด CX-3 และ CX-30 ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวแนะนำลงสู่ตลาด พร้อมประกาศยุทธศาสตร์แผนบริหารธุรกิจในครึ่งปีหลัง ด้านผลิตภัณฑ์เตรียมบุกตลาดด้วยรถยนต์รุ่นใหม่และรถอเนกประสงค์เอสยูวีเสริมทัพอีกเพียบ เดินหน้าปรับนโยบายการบริหารงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของลูกค้าและผู้จำหน่ายให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนและขยายออกไปเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องหันมาระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม จนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นยอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 จึงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยภาพรวมของอุตสาหกรรมมียอดสะสมอยู่ที่ 370,000 คัน (ประมาณการ) อย่างไรก็ตามยังสามารถบวกเพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2563 ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าสถานการณ์ของตลาดรถยนต์จะค่อยๆ กลับมาดีขึ้น คาดว่ายอดขายรวมจะไปถึง 800,000 คัน ในขณะที่มาสด้าก็ตั้งเป้าหมายไว้สูงเช่นกันที่ 50,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 30%

ในขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 มาสด้ามียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 18,908 คัน เพิ่มขึ้น 23% โดยรถยนต์นั่งมียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 10,895 คัน เพิ่มขึ้น 3% แบ่งออกเป็นมาสด้า2 จำนวน 9,622 คัน เพิ่มขึ้น 3% มาสด้า3 จำนวน 1,270 คัน เพิ่มขึ้น 1% และมาสด้า MX-5 รถสปอร์ตเปิดประทุนมียอดขาย 3 คัน ในขณะที่รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีมียอดจำหน่ายรวมที่ 7,347 คัน เพิ่มขึ้น 83% โดยมาสด้า CX-30 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดจำหน่าย 4,194 คัน เพิ่มขึ้นถึง 124% ตามมาด้วยมาสด้า CX-3 จำนวน 2,231 คัน เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 299% ในขณะที่มาสด้า CX-8 มียอดจำหน่ายที่ 532 คัน ลดลง 26%, มาสด้า CX-5 จำนวน 390 คัน ลดลง 54% ส่วนปิกอัพมาสด้า บีที-50 มียอดจำหน่าย 666 คัน ลดลง 16%

“จากยอดจำหน่ายข้างต้น เมื่อแบ่งออกเป็นรายไตรมาสจะพบว่ายอดขายไตรมาสแรกระหว่างมกราคม – มีนาคม 2564 มีจำนวน 10,890 คัน เพิ่มขึ้น 7% ส่วนไตรมาสที่สองระหว่างเมษายน – มิถุนายน 2564 มีจำนวน 8,018 คัน เพิ่มขึ้นถึง 53% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาด นับเป็นหนึ่งในสัญญาณบวกว่าความต้องการซื้อรถยนต์ในประเทศยังคงมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องคอยติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มทิศทางและนำมาปรับกลยุทธ์เพื่อประคับประคองธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส กล่าวถึงกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ว่า ชาวมาสด้าทุกภาคส่วนขอส่งกำลังแรงใจไปยังพี่น้องคนไทยและผู้ประกอบการทุกท่านให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอีกครั้ง สำหรับมาสด้าได้มีการปรับแผนงานเพื่อให้สอดรับกับเหตุการณ์ควบคู่ไปกับการสร้างแผนธุรกิจแบบเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังวิกฤตเริ่มคลี่คลาย มาสด้าได้ประสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับนโยบายแบบเร่งด่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปยังลูกค้า ทั้งการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยเฉพาะมาตรการเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยร่วมมือกับทางบริษัทไฟแนนซ์ที่จะเข้ามาซัพพอร์ต อาทิ เงินดาวน์น้อย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้ยาวนานที่สุด อัตราดอกเบี้ยต้องต่ำสุด ซึ่งหลายรุ่นมาสด้าจัดดอกเบี้ย 0% รวมถึงการผ่อนชำระต่องวดให้น้อยที่สุด เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าและสามารถนำรถไปประกอบกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ยังได้กำหนดยุทธศาสตร์การบริหารงานเพื่อให้เกิดการเติบโตในช่วงวิกฤต เพราะในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ โดยมาสด้าได้เตรียมความพร้อมทางด้านกลยุทธ์การบริหารงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 เพื่อรับมือกับสถานการณ์และวางรากฐานผลักดันให้องค์กรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

  1. ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ เตรียมพร้อมลุยตลาดอย่างเต็มกำลังด้วยการนำเสนอรถยนต์นั่งและรถเอสยูวีรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัย ตอบรับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่และสร้างความแตกต่างในตลาด ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและผลักดันให้มาสด้าเดินหน้าไปสู่เป้าจำหน่ายที่วางไว้ได้
  2. ด้านนโยบายส่งเสริมผู้จำหน่าย ปรับนโยบายการบริหารจัดการให้เหมาะสมกับสถานการณ์และให้การสนับสนุนด้านการขายกับผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดภายใต้แนวทางการทำงานเป็นทีม ONE MAZDA เพื่อให้ผู้จำหน่ายถ่ายทอดไปยังลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดและก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน
  3. ด้านการตลาดและการสื่อสาร ดึงกลยุทธ์การตลาดแบบออนไลน์มาเป็นแกนหลักในการสื่อสารผ่าน Mazda Online Platform หรือโซเชียลมีเดีย เพิ่มการนำเสนอรูปแบบใหม่ๆ ผ่านสื่อดิจิทัล ส่งเสริมให้ผู้จำหน่ายทำกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น
  4. ด้านการส่งเสริมการขาย จัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำงานร่วมกับสถาบันทางการเงิน ในเรื่องของการปล่อยสินเชื่อเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด รวมถึงจัดแคมเปญให้เหมาะสมสำหรับรถแต่ละรุ่น โดยร่วมมือกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด
  5. ด้านเทคโนโลยี การวางรากฐานการทำงานระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบริหารงานและติดต่อสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยเฉพาะผู้จำหน่ายต้องปรับตัวเข้ากับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล มาสด้าต้องเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมรับมือกับเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในเร็วๆ นี้
  6. ด้านบริการหลังการขาย ยกระดับและพัฒนาการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะแผนการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์บริการแบบ MAZDA FAST SERVICE ตรวจเช็กตามระยะแบบเร่งด่วนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ลดการรอคิว และอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้าที่มาเข้ารับบริการ

นอกจากนี้ มาสด้ายังมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อให้ลูกค้าสามารถออกรถและเป็นเจ้าของรถมาสด้าทุกรุ่นได้ง่ายขึ้น ภายใต้แคมเปญ BEST DEAL ในระหว่างวันที่ 10 – 18 กรกฎาคม 2564 ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง รับทันทีเครื่องฟอกอากาศ SHARP มูลค่า 2,990 บาท พิเศษสุดเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อ CX-5 และ CX-8 (จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น) เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 84 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้นเพียง 15,000 บาทกว่าบาท (อย่างใดอย่างหนึ่ง) พร้อมคูปองน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เปรียบเทียบกับปี 2563

ข้อมูลการขายรถมกราคม – มิถุนายน 2564 (คัน)มกราคม – มิถุนายน 2563

(คัน)

เปลี่ยนแปลง

(%)

Mazda29,6229,342+ 3
Mazda31,2701,257+ 1
Mazda CX-32,231559+ 299
Mazda CX-304,1941,873+ 124
Mazda CX-5390851– 54
Mazda CX-8532723– 26
Mazda BT-50666797– 16
Mazda MX-536– 50
ยอดรวม18,90815,408+ 23