Home Blog Page 371

Toyota Gazoo Racing Motorsport 2021 ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัด…Spirit to push the limit

0

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยนายสนธยา คุณปลื้ม นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Motorsport 2021” ผ่านช่องทางออนไลน์     

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้บุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเป็นทั้งผู้จัดการแข่งขันและให้การสนับสนุนการแข่งขันตั้งแต่ระดับเยาวชน ต่อเนื่องไปจนถึงนักแข่งในระดับอาชีพ เปิดโอกาสให้นักแข่งไทยได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ส่งผลให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยอย่างแท้จริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวว่า โตโยต้ามีความเกี่ยวข้องกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตมาอย่างยาวนาน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาโตโยต้าทั่วโลกในการ “พัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” ตามแนวคิดที่ว่า “ถนนฝึกฝนคน และคนสร้างรถ” นอกจากนี้ เรากำลังพัฒนาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน เพื่อเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีทางเลือกในการก้าวสู่สังคมที่ปลอดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยติดตั้งในรถยนต์รุ่นโคโรลล่า แฮทช์แบ็ก ที่เข้าร่วมพิสูจน์สมรรถนะภายใต้ชื่อทีม ORC ROOKIE Racing ลงแข่งขันสนามแรกในรายการ Super Taikyu Series 2021 ที่แข่งขันต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา”

 

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2021 …Spirit to push the limits

จากแนวคิดของ Toyota Gazoo Racing ในการเข้าร่วมแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่เชื่อว่าการทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดของรถยนต์ จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ในการขับขี่แบบปกติในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนา “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ของโตโยต้า โดยกีฬามอเตอร์สปอร์ตนั้นได้เปิดมุมมองในการผลิตรถยนต์ในเชิงลึกได้มากขึ้น ซึ่งความคิดริเริ่มดังกล่าวได้รับการถ่ายทอด DNA ของมอเตอร์สปอร์ต เพื่อส่งต่อไปยังการพัฒนารถยนต์รุ่นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น GR Series

โดยในปีนี้ Toyota Gazoo Racing Motorsport 2021 จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Spirit to push the limits หรือ “ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัด” คือ ความกล้าที่จะเปิดทุกโสตประสาทสัมผัส ปลุกความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดแห่งความท้าทายของผู้เข้าชมทุกท่าน ไปกับสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมของรถยนต์โตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ วันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น

  • ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ (Hilux Revo OMR) พิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่งด้วยเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี ที่ขึ้นชื่อในด้านความแรง และทนทาน จากขุมพลังเครื่องยนต์ GD Super Power เจนเนอเรชั่นที่ 2
  • โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ (Corolla Altis GR Sport OMR) พิสูจน์สมรรถนะของสุดยอดรถตระกูล GR Sport ด้วยเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี Dual VVT-i และโครงสร้าง TNGA ที่ได้รับการพิสูจน์สมรรถนะ การันตีโดยรางวัลชนะเลิศ 2 ปีซ้อน ในรุ่น Super Production 3 จากรายการ ADAC 24-hour Nurburgring 2020 – 2021 บนสนามแข่งประเทศเยอรมนีที่ขึ้นชื่อในเรื่องความยาก และท้าทาย
  • วีออส วันเมคเรซ (Vios OMR) และวีออส เลดี้ วันเมคเรซ (Vios Lady OMR) พิสูจน์สมรรถนะเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี Dual VVT-i ที่มีสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยม คล่องแคล่ว และขึ้นชื่อในเรื่องความทนทาน

พิเศษสุดกับการแข่งขันรายการ TOYOTA EXECUTIVE CHARITY RACE 2021 โดยคณะผู้บริหารและตัวแทนชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า กับรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4X2 Z Edition บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง สมรรถนะแรงสุดขีด โดยเงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันทั้งหมดจะมอบเพื่อการกุศลให้กับหน่วยงานภาครัฐต่อไป

และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายการแข่งขันมีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ผู้จัดงานและผู้ร่วมงานทุกคนต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ”  และตรวจวัดอุณหูมิ รวมถึงสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการของรัฐบาล ทางด้านสนามแข่งขันมีการกั้นแนวรั้วล้อมในทุกพื้นที่ทางเข้า – ออก พร้อมทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ และจำกัดจำนวนคนในพื้นที่กิจกรรม ตามข้อกำหนดของภาครัฐทุกประการ

 

พร้อมชมความสนุกสนานในรูปแบบการขับขี่ (Fun-to-drive) การแสดงสุดยอดสมรรถนะของรถยนต์โตโยต้า

  • Battle Drift Show

บทพิสูจน์สมรรถนะของรถตระกูล GR อย่าง GR Supra และ Corolla Altis GR-S ที่จะมา Battle เพื่อสร้างความตื่นเต้น และเร้าใจไปด้วยกัน

  • Toyota Gazoo Racing Team Thailand Show

การแสดงสุดยอดสมรรถนะของรถแข่ง และทีมแข่งรถมืออาชีพ ที่ได้รับการพิสูจน์ฝีมือมาแล้วจากสนามแข่งระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ต

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในสนามแข่ง

  • GR Hot Lap

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับการร่วมนั่งรถสปอร์ต GR Drift พร้อมนักแข่งมืออาชีพ ในสนามแข่งจริง

  • Toyota Fun Ride

ประสบการณ์ใหม่ที่ให้ลูกค้าได้ทดลองขับรถใน Track การแข่งขัน กับรถโตโยต้าที่มีโครงสร้าง TNGA อาทิ Camry,Corolla Altis, CHR เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะที่ดีเยี่ยมในการขับขี่ และการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ

กิจกรรมแห่งความสนุกโดนใจวัยมันส์

สัมผัสตัวตนของ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ผ่านเรื่องราวต่างๆ ทั้งเส้นทางของแบรนด์ GR ถ้วยรางวัลการันตีผลงาน การจัดแสดงรถแข่งที่ผ่านการแข่งขันจริง ในซีรีย์ GR ทุกรุ่น

  • Lifestyle
  • One Make Race Information ทำความรู้จักนักแข่ง OMR ผ่านบอร์ดข้อมูล เบอร์รถแข่ง และบอร์ดแสดงจุดขายของรถแข่ง OMR (Spec ดั้งเดิม / ชิ้นส่วนชุดแต่งที่เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสมรรถนะ)  ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม ขับสนุก พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
  • Racer Clubhouse สัมผัสและทำความรู้จักกับนักแข่ง ความชื่นชอบ หลงใหลในการแข่งรถ เรื่องราว และอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านมากว่าจะประสบความสำเร็จ
  • Racing Star team ร่วมพูดคุย ตอบคำถามอย่างเป็นกันเอง ผ่านการ Live Streaming ภาพบรรยากาศสดในงาน
  • Game & Entertainment
    • GR Simulator สนุกสนานกับการจำลองการขับขี่ GR Supra และ Corolla Altis GR Sport ตื่นเต้นกับระบบ Hydraulic จำลองการสั่นสะเทือนเสมือนการขับขี่จริง
    • GR Racing Cockpit เอาใจสาย E-Sport กับเกมแข่งรถระดับโลกบนแพลทฟอร์ม PlayStation
    • GR RC Challenge & GR Touch เกมส์สร้างความบันเทิงในงาน
  • Racing Mania

การรวมตัวครั้งใหญ่ของคนรักรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ จากทั่วประเทศ ร่วมพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแต่งรถกับกลุ่มรถแต่งในตำนานอย่าง “Big 6” เลือกซื้อสินค้าจากพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ และร้านแต่งรถชื่อดังในท้องถิ่น พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมคาราวานรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ในสนามแข่งขัน

Toyota Gazoo Racing Academy Thailand

โตโยต้าได้ก่อตั้งโครงการ Toyota Racing School เมื่อปี 2552 เพื่อเปิดโอกาสให้กับบุคคลทั่วไป และผู้ที่  ชื่นชอบการขับรถแข่ง ได้เรียนรู้ทักษะการขับรถกับนักแข่งมืออาชีพ ตั้งแต่หลักสูตร Basic, Advance และ Racing โครงการนี้ได้สร้างนักแข่งหน้าใหม่เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยมากมาย

ในปีนี้ยังมีกิจกรรมสร้างบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบคาวมเร็ว และรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่าง The Dream Racers” เป็นปีที่ 2 ให้ผู้ที่สนใจได้มาสัมผัสรถยนต์ GR ของโตโยต้า ผ่านการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จาก Toyota Gazoo Racing Academy Thailand  หลังจบหลักสูตรจะคัดเลือกผู้ชนะ ให้ไปสัมผัสประสบการณ์ขับรถในสนามแข่งขันระดับโลก ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยสามารถสมัครผ่านทาง Facebook: Toyota Gazoo Racing Motorsport Thailand

การแข่งขัน EMotorsport Gran Turismo GR Supra GT Cup

กิจกรรมสนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ต ผ่านการแข่งขันรูปแบบออนไลน์ ในเกมส์ TGR GT Cup ผ่านเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo ที่มีนักแข่ง e-Motorsport กว่าพันคนจากทั่วโลกเข้าร่วม โดยสามารถเข้าร่วมการแข่งขันผ่านเครื่องเล่น PlayStation และร่วมเชียร์นักกีฬา e-Motorsport ชาวไทย ในการเข้าร่วมแข่งขันระดับเอเชียแปซิฟิคและระดับโลก ในเดือนธันวาคมนี้

การสนับสนุน Toyota Gazoo Racing Team Thailand ร่วมแข่งขันในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ในรายการระดับอินเตอร์เนชั่นแนล คือรายการ ADAC ZURICH  24 Hours Race at Nürburgring เป็นการแข่งขันรถยนต์ 24 ชั่วโมงต่อเนื่องในสนามแข่งขันที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่ขับยากท้าทาย และอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก ณ เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอรมนี โดยในปีนี้ ได้ส่งรถแข่งในตระกูล GR Sport Toyota Corolla Altis GR Sport ซึ่งสามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ เป็นปีที่สองติดต่อกัน และอันดับ 3 ในรุ่น Super Production 3 ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์แห่งความพร้อม ทั้งสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ที่ทนทาน และช่วงล่างที่ออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต เกาะถนนดีเยี่ยม มีการควบคุมบังคับที่คล่องตัว พร้อมด้วยโครงสร้าง TNGA ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

นายสุรศักดิ์ สุทองวัน กล่าวว่า “ตามที่ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น เราจึงขอสานต่อความสำเร็จของกิจกรรมที่จะปลุกเร้าแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อย่าง “The Dream Racers” ที่จะจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยปีที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม กว่า 200 คน สำหรับผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือก จะได้รับการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จาก Toyota Gazoo Racing Academy Thailand  จากนักแข่งมืออาชีพ และเราจะคัดเลือกผู้ชนะให้ได้ไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับการขับรถ GR Supra และ GR Yaris ในสนามแข่งขันระดับโลกที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยจะมีการอัพเดทความเคลื่อนไหวต่างๆ ในรูปแบบเรียลลิตี้เป็นระยะ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่มีใจรัก ในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ได้เข้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่เร้าใจไปกับพวกเรา”

มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวส่งท้ายว่า “ในปีนี้ เราเดินหน้าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์โตโยต้าในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ ผ่านกิจกรรมการแข่งขันวันเมคเรซ พร้อมด้วยกิจกรรม “Revo Racing Mania” ในทุกสนามของโตโยต้ามอเตอร์สปอร์ต เพราะรถกระบะถือเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย และคนไทยก็ชื่นชอบในการตกแต่งรถยนต์ รวมทั้งในรายการ “ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์” เราจะเชิญเหล่านักแข่งที่มีความชื่นชอบโตโยต้ามาขับไฮลักซ์ รีโว่ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงสมรรถนะของรถโตโยต้า เมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน และผมหวังว่าการจัดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วมรายการแข่งขัน “Executive Charity Race” เป็นครั้งแรก ผมหวังว่าผู้บริหารผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทุกท่านจะได้สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของรถและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ ที่คว้าชัยชนะอันดับ 1 เป็นปีที่สองติดต่อกันและอันดับ 3 ในรุ่น Super Production 3 ด้วยการขับรถแข่ง Toyota Corolla Altis GR Sport ในการแข่งขันนูร์เบอร์กริง 24 ชม. การที่ได้ร่วมแข่งขันในสนามแข่งที่นับว่าท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถือเป็นการพิสูจน์ ให้เห็นถึงคุณภาพ สมรรถนะ และความทนทานของรถโตโยต้าได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ ผมยังมีข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Toyota GR โดยในปีนี้ เราจะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีย์ GR ด้วยราคาที่จับต้องได้ โปรดติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากโตโยต้า สุดท้ายนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชน บรรดานักแข่งทุกท่าน รวมถึงพันธมิตรคนสำคัญ อาทิ อาร์โต้, โยโกฮาม่า, ทีวีซี, สิงห์ และเลนโซ่ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา” 

 

ติดตามความสนุก ตื่นเต้นเร้าใจ และกำหนดการแข่งขัน

รายการ “Toyota Gazoo Racing Morotsport 2021” ได้ที่

Facebook / Instagram / Youtube : Toyota Gazoo Racing Motorsport Thailand 

 

และติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

www.toyota.co.th / Facebook : Toyota Motor Thailand / LINE ID: @ToyotaThailand

นิสสัน สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ สู้โควิด-19 ต่อเนื่อง

0

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ขยายโครงการ “CARE FOR YOU” แทนความห่วงใยจากนิสสัน ครอบคลุมกิจกรรมเพื่อสังคม “ส่งผ่านความห่วงใย ต้านภัย โควิด-19 หรือ Nissan Next Fight” โดยสนับสนุนนิสสัน เทอร์ร่า จำนวน 3 คัน ที่เหมาะสมกับการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ให้แก่สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจคัดกรองผู้ป่วยเชิงรุก และให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่เสี่ยง ทั้งในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียงต่อเนื่องอีก 90 วัน

“กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงของโรคระบาดโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม นิสสัน เชื่อมั่นว่าเราทุกคนจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ถ้าร่วมมือกัน เราจึงให้ความร่วมมือและการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเป็นด่านหน้าในการคัดกรองผู้ป่วยเชิงรุก พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการบริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับผู้ใช้รถยนต์นิสสันที่ศูนย์บริการทุกแห่งทั่วประเทศตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาโดยตลอด และด้วยความห่วยใยจากนิสสัน เราจึงขอขยายการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อดำเนินคัดกรองผู้ป่วยเชิงรุกและการบริการฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงเพื่อช่วยลดความรุนแรงและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับสังคมไทย” มาซาโอะ สึสึมิ รองประธาน สายงานการตลาดและขาย นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ‘CARE FOR YOU’ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้สังคมไทยปลอดภัยจากโควิด-19 ผ่านทางเว็บไซต์ www.nissan.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการ คอลเซ็นเตอร์ของนิสสัน โทร 02 401 9600

โรงงานระดับโลกกับการเดินทางสู่ความยั่งยืน: เปิดกระบวนการผลิตของฟอร์ดในไทยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

0

โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และ โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ได้รวมพลังในการผลิตรถฟอร์ดด้วยกระบวนการและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนสามารถฉลองวันสิ่งแวดล้อมโลก ด้วยความสำเร็จในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในหลายๆเรื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา

จากวิสัยทัศน์ในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทยด้วยความเอาใจใส่ เพื่อประโยชน์สุขของคนรุ่นหลังและโลกที่พวกเขาจะได้รับเป็นมรดกสืบทอดต่อไป  ฟอร์ดได้ลงทุนอย่างมหาศาลในการดำเนินงานในประเทศไทยเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการผลิตระดับโลกของบริษัทจะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับโลก

ปัจจุบัน ประชากร 3,200 พันล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของประชากรโลกกำลังประสบปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง เช่น การขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกใบนี้ มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่มนุษย์สามารถบริโภคได้ โดยต้องปันส่วนกันกับคนอื่นๆ อีกเกือบ 8,000 ล้านคน

เมื่อคำนึงถึงเรื่องนี้ ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ฟอร์ดจึงมุ่งมั่นที่จะลดการใช้น้ำต่อการผลิตรถยนต์หนึ่งคันลงได้อย่างน่าทึ่งถึงร้อยละ 72 แม้ว่าเป้าหมายดังกล่าวจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ฟอร์ดก็ยังพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นด้วยการตั้งเป้าหมายระยะยาว ในการลดการใช้น้ำประปาในกระบวนการผลิตให้เหลือศูนย์

การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของฟอร์ดในประเทศไทย ยังมีเป้าหมายที่มากไปกว่าการใช้น้ำ โดยในการจำกัดปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) และการปล่อยสารเคมีจากห้องพ่นสีนั้น ฟอร์ดสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างน่าชื่นชม เพียง 25.1 กรัมต่อตารางเมตรในไตรมาสแรกของปี 2564 นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โรงงานเอฟทีเอ็มได้ยกเลิกการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ โดยจะทำการคัดแยกขยะทุกประเภทภายในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นขยะที่เกิดจากโลหะ บรรจุภัณฑ์ วัสดุที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต แท่นรองรับบรรจุภัณฑ์ชนิดทำจากไม้ ขยะทั่วไปและขยะอันตราย เพื่อส่งไปรีไซเคิล และส่งต่อไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง

นอกจากความสำเร็จของโรงงาน เอฟทีเอ็ม ในการใช้น้ำต่อการผลิตรถยนต์หนึ่งคันที่ลดลงถึงร้อยละ 44 แล้ว ยังมีความสำเร็จอื่นๆ อีกในกระบวนการผลิตตลอดห้าปีที่ผ่านมา ทั้งการลดขยะอันตรายลงกว่าร้อยละ 40 ลดปริมาณขยะทั่วไปต่อการผลิตรถหนึ่งคันลงร้อยละ 14 ลดปริมาณสารระเหยที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ ลงร้อยละ 28 และการใช้พลังงานต่อการผลิตรถหนึ่งคันในอัตราที่ดีขึ้นถึงร้อยละ 21

default

โรงงานเอเอที ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 กิโลเมตร มีการลงทุนขนาดใหญ่ในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (ระบบแผงโซลาร์เซลล์ 11,000 แผง ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 5 เมกะวัตต์) ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงาน ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 1 ใน 4 (ร้อยละ 28) ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในแต่ละวัน ซึ่งช่วยเสริมการผลิตที่ AAT ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

มร. อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า “ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นหลัง และปฏิบัติตามแนวทางที่เคร่งครัดของฟอร์ดซึ่งมักจะเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของหน่วยงานในท้องถิ่น การดำเนินงานของเรายังคงมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคาดว่าจะขยายขอบเขตการใช้แหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในการรีไซเคิลน้ำจากกระบวนการผลิตในแต่ละวันของเราอย่างต่อเนื่อง”

MG ZS สมาร์ทคาร์ที่เปลี่ยนรถให้กลายเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจ

0

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดมุมมองการใช้งาน MG ZS รถยนต์สมาร์ทคาร์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายให้กลายมาเป็นผู้ช่วยที่รู้ใจ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ผ่านแคมเปญ “Smartest Driving Buddy” โดยมี “เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” มาร่วมถ่ายทอดความโดดเด่นให้ชัดเจนมากขึ้น 

MG ZS เป็น ‘สมาร์ทคาร์’ ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถยนต์เมืองไทยจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรกและระบบเดียวในโลก ที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีไซน์ที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่ที่ครบครันรวมไปถึงระบบความปลอดภัยมาตรฐานสากลที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP และด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดเมืองไทย

เอ็มจี ต้องการยกระดับให้สมาร์ทคาร์รุ่นนี้เป็นได้มากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่สามารถเป็นคู่หูหรือผู้ช่วยสุดสมาร์ท      ของผู้ใช้งาน โดยการนำฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีอยู่ใน MG ZS มาใช้งานในรูปแบบผสมผสานกันเพื่อผลลัพธ์ใหม่ๆ ผ่านแคมเปญ Smartest Driving Buddy” ซึ่งจะทำให้เห็นถึงอรรถประโยชน์ที่หลากหลาย และใช้รถได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเติมเต็มการใช้ชีวิตและตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น การให้รถเป็น ‘’ผู้ช่วยในการเดินทาง’’ ด้วยฟังก์ชั่นสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย และสามารถเช็คข้อมูลสภาพอากาศ รวมทั้งค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหาร และการใช้งานระบบนำทางอัจฉริยะไปพร้อมๆ กัน  หรือ การเปลี่ยนให้รถกลายเป็น“ห้องทำงานเคลื่อนที่” ที่นั่งสบายด้วยการปรับเบาะไฟฟ้า และผสานการใช้งานของจอทัชสกรีนขนาด 10 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อและแสดงผลจากมือถือ พร้อมรับสายได้ผ่านทางหน้าจอในทันที

หลังเสร็จงาน หรืออยากมีกิจกรรมยามว่างแบบใหม่ ก็สามารถเปลี่ยนรถให้เป็น “แคมป์ปิ้งแบบเคลื่อนที่” ได้ไม่ยาก เนื่องจาก MG ZS มีพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่เมื่อรวมกับเบาะหลังที่พับได้เป็นแนวราบทำให้มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถนอนดูดาวผ่านหลังคากระจกซันรูฟขนาดใหญ่แบบพาโนรามา พร้อมๆ ไปกับเลือกฟังเพลงจากทั่วโลกได้จากคลังเพลงออนไลน์ ก็ทำได้อย่างง่ายดาย

ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำการเป็น “Smartest Driving Buddy” พร้อมๆ ไปกับการแนะนำแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้รถยนต์ให้กับลูกค้าเอ็มจีและผู้บริโภคทั่วไป เอ็มจี ยังได้จัดทำโปรเจคพิเศษร่วมกับ เจเจ-กฤษณภูมิ จัดทำ “New MG ZS the Smartest Driving Buddy: 1-Day VLOG with Jaylerr” ขึ้น เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ด้วยคู่หูหรือผู้ช่วยสุดสมาร์ทอย่าง MG ZS โดยผู้ที่สนใจอยากเห็นถึงอรรถประโยชน์ของรถเอสยูวีรุ่นนี้ รวมทั้งเปิดประสบการณ์การใช้รถในมุมมองใหม่ให้คุ้มค่ามากกว่าเดิม สามารถติดตามได้ในช่องทางประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของบริษัทฯ รวมทั้งติดตามโปรเจคพิเศษของ เจเจ ผ่านช่องทาง Official Facebook Page : MG Thailand ได้เร็วๆ นี้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจีได้ที่

Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand

รายการ Auto Motor Thailand ประจำวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564

0

พบกับรายการ Auto Motor Thailandตั้งแต่เวลา 23.00-23.30 น. ทางททบ.5 กด 1 สำหรับสัปดาห์นี้ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

“เรื่องรถต้องรู้”
– ทดลองขับ Toyota Hilux Revo Z-edition Razer Package กระบะแต่งชิ่ง เครื่องแรง ถูกใจวัยรุ่น

Auto Motor Thailand 1

“ท่องโลกยานยนต์”
– ยอดจำหน่ายตลาดรถยนต์เดือนเมษายน โตอย่างต่อเนื่องสวนกระแสโควิด
– มาสด้าเปิดบริการ Mazda Fast Service

Auto Motor Thailand 2“รู้ก่อนขับกับ…อีซูซุ”
– วิธีขับรถในช่วงหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย

Auto Motor Thailand 4
ติดตามรับชมรายการ Auto Motor Thailand พร้อมกัน ทุกวันเสาร์ ทางททบ.5 กด1 ตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป แล้วพบกันครับ

BMW 220i Gran Coupe Sport ใหม่ เปิดตัวพร้อมแคมเปญ Ease Your Life ดาวน์ 0% ทุกรุ่น

0
BMW 220i Gran Coupe Pic Open

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด BMW220i Gran Coupe Sport ใหม่ รุ่นประกอบในประเทศ ในราคา 1,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) พร้อมกระตุ้นตลาดรถหรูให้คึกคักด้วยแคมเปญ Ease Your Life สุดพิเศษ มอบข้อเสนอ ดาวน์ 0% เมื่อซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30มิถุนายน 2564

BMW 220i Gran Coupe
BMW 220i Gran Coupe Sport ใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พลิกโฉมรถซีดานทั่วไปด้วยลุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยความโดดเด่นทั้งในด้านอัตลักษณ์และสุนทรียะ ให้ได้เพลิดเพลินไปกับทุกอารมณ์การขับขี่ด้วยดีไซน์พรีเมียมหรูหราและรายละเอียดเฉพาะตัว

BMW 220i Gran Coupe 2

ขณะที่ช่วงหน้าในสไตล์ใหม่ที่ดูปราดเปรียว ก็เสริมให้รูปลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นนี้สะท้อนเอกลักษณ์สุดคลาสสิกของแบรนด์ออกมาได้อย่างล้ำสมัยและสดใหม่ ส่วนไฟหน้าสี่ตาอันเป็นเอกลักษณ์ ติดตั้งแบบทำมุมเล็กน้อย เสริมความโดดเด่นให้กับกระจังหน้ารูปไตที่มาพร้อมกับซี่กระจังซึ่งให้ความรู้สึกมีมิติยิ่งกว่า มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานไฟหน้า LED ที่ให้ความรู้สึกทันสมัย

BMW 220i Gran Coupe 3

ส่วนไฟท้ายทรงเพรียวบางที่จัดเรียงตามแนวนอน พร้อมแต่งด้วยผิวหน้าสีดำ High-gloss Black ที่เชื่อมไฟท้ายทั้งสองข้างเข้าหาสัญลักษณ์บีเอ็มดับเบิลยูตรงกลาง ยิ่งเสริมท้ายรถให้รับกับความหรูหราแบบสปอร์ตในทุกมุม โดยแน่นอนว่าไฟท้ายนี้ มาในระบบ LED เช่นเดียวกับไฟหน้า

BMW 220i Gran Coupe 4
แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูสปอร์ตปราดเปรียว ผู้โดยสารยังคงสามารถเพลิดเพลินไปกับพื้นที่ใช้สอยอันยืดหยุ่น ด้วยที่เก็บของท้ายรถซึ่งรองรับปริมาตรการบรรจุได้ถึง 430 ลิตร ทั้งยังสามารถปรับขยายได้หลากหลายรูปแบบ และมาพร้อมกับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ในลาย Double-Spoke

BMW 220i Gran Coupe 5
ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe Sport ผสมผสานความหรูหราด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมและพื้นที่ใช้สอยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทั้งไลฟ์สไตล์ครอบครัวและการเดินทางระยะยาว

BMW 220i Gran Coupe 7

ส่วนภายในห้องโดยสารฝั่งคนขับ ส่งมอบข้อมูลสำคัญในการขับขี่ให้ผู้ขับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนน ผ่านระบบ BMW Live Cockpit Plus และระบบเชื่อมต่อ BMW Connected Package Plus และแผงหน้าปัด Instrument Cluster ขนาด 5.1 นิ้ว

BMW 220i Gran Coupe 8

รวมไปถึงจอสัมผัส Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ตั้งอยู่กลางคอนโซลทำมุมเข้าหาคนขับเล็กน้อยตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW 220i Gran Coupe 9
การออกแบบที่เน้นประสบการณ์ของผู้ขับขี่นี้ ยังถูกเสริมด้วยเส้นสายบนพื้นผิวภายในที่พาดเข้าหาที่นั่งคนขับ และการเล่นกับรายละเอียดบนพื้นผิววัสดุแบบต่างๆ ทั้งในส่วนแผงหน้าปัดและบริเวณหลังพวงมาลัย โดยแถบสีบริเวณแผงหน้าปัดและกรอบประตูมาในลาย ‘Illuminated Brooklyn’

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe Sport ยังอวดโฉมความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งแบบสปอร์ต หุ้มหนัง Dakota พร้อมระบบปรับเอนด้วยไฟฟ้า และชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ทำให้การขับขี่รถยนต์คันนี้พิเศษยิ่งกว่า

BMW 220i Gran Coupe 10

บีเอ็มดับเบิลยู 220i Gran Coupe Sport ส่งพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัทช์คู่ ให้กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า พร้อมมอบแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งให้ตัวรถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 238 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

BMW 220i Gran Coupe 11

ข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

ข้อเสนอดาวน์ 0% สุดพิเศษ จากแคมเปญ Ease Your Life ครอบคลุมการสั่งซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันใหม่ทุกรุ่น โดยมีคำสั่งจองรถยนต์กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูและมีกำหนดรับส่งมอบรถยนต์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และเพื่อให้การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูง่ายยิ่งกว่า แคมเปญ Ease Your Life ยังมาพร้อมกับราคาผ่อนต่อเดือนแบบสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 2, บีเอ็มดับเบิลยู X1 หรือบีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport กับราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นเพียง 19,900 บาท เท่านั้น

BMW 220i Gran Coupe 12

นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้พบกับข้อเสนอทางเลือกอื่น ๆ ที่จะมอบความอุ่นใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

• ขยายระยะเวลาโปรแกรมบำรุงรักษา BSI เป็น 5 ปี / 100,000 กม. และประกันภัย BMW Protect ชั้นหนึ่ง สูงสุด 5 ปี ฟรี สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7
• ฟรี ประกันภัย BMW Protect ชั้นหนึ่ง สูงสุด 2 ปี สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ปลั๊กอินไฮบริด, ซีรีส์ 5 ปลั๊กอินไฮบริด, X3 ปลั๊กอินไฮบริด
• ฟรี ประกันภัย BMW Protect ชั้นหนึ่ง สูงสุด 1 ปี สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู X1

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ลูกค้าที่สนใจในข้อเสนอสุดพิเศษดังกล่าว สามารถติดต่อศูนย์ BMW Contact Center ได้ที่เบอร์ 1397 หรือติดต่อบัญชี LINE อย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูได้ที่ @bmwthailand

 

(มีคลิปวีดีโอ) ทดลองขับ BMW 330 Li M Sport ลีมูซีนรุ่นเล็ก ที่มากับสมรรถนะไม่ธรรมดา

0
BMW 330 Li Pic Open

BMW 330 LI M Sport ถือเป็นครั้งแรกที่ BMW เปิดตลาดกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบความสะดวกสบายกับรถที่มีฐานล้อยาว ในรูปแบบของรถลิมูซีน แต่อยู่ในคลาสของ ซีรีส์ 3 พร้อมติดตั้งขุมพลังเบนซินยอดนิยม ขนาดความจุ 1,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร ที่มากับเทคโนโลยี และความปลอดภัยครบครัน ในราคาจำหน่าย 2,899,000 บาท มาดูถึงความคุ้มค่าและสมรรถนะของรถคันนี้กันว่าน่าสนใจขนาดไหน

ครั้งแรกที่ ซีรีย์ 3 รุ่นฐานล้อยาวเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ซึ่งในจีนแผ่นดินใหญ่นั้นค่อนข้สงเห็นกันเกบื่อน และต่อจากนั้นจึงไปทำตลาดใรอินเดีย แล้วจึงต่อยอดมาที่เมืองไทย ซึ่งจริงๆแล้ว คำต่อท้ายรุ่นว่า L นั้น มาจากคำว่าทLong Wheelbase ที่ผ่านมาจะเห็นมีก็แต่ลักซูรีซีดานสุดหรูในรุ่นซีรีย์ 7

BMW 330 Li 1

ขนาดไซส์เด่นเรื่องความยาว เพราะยาวกว่ารุ่นปกติ (BMW 330e M Sport) 110 มม.ซึ่งเพิ่มทั้งตัวรถและฐานล้อ แต่สั้นกว่าซีรีส์ 5

BMW 330 Li 2

เสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง M Sport ที่กันชนหน้าและหลัง พร้อมล้อทูโทน เงาสลับดำ หุ้มยางต่างขนาด ด้านหน้า 225 45 18 ด้านหลัง 255 45 18 ในขณะที่ 330e เป็นขนาด 19 นิ้ว

BMW 330 Li 3

ไฟหน้าเป็น LED แต่ยังไม่ถึงขั้น Adaptive LED และน่าสนใจว่าไฟตัดหมอกถูกตัดออก

BMW 330 Li 4

กุญแจเป็นแบบSmart Key สามารถเปิดรถได้ง่ายและมีที่เปิดฝาท้ายให้ในตัว

BMW 330 Li 6

เบาะนั่งหุ้มหนัง Vernesca คู่หน้าปรับไฟฟ้า มีระบบ Lumbar Support พร้อมหน่วยความจำ แต่จุดโดดเด่นจริงๆตกเป็นพื้นที่ของเบาะหลัง เพราะมีที่วางขาเพิ่มขึ้นเกือบ 5 ซม.รวมถึงปรับความหนาของเบาพเพื่อความนุ่มสบาย แต่ไม่ควรตัดฟังค์ชั่นม่านบังแดดดออก

BMW 330 Li 6

ชุดคอนโซลแต่งวัสดุสีเงิน Tetragon พวงมาลัย M Sport มาพร้อม Paddle Shift และมีพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหฯ่บนหลังคา

BMW 330 Li 8

BMW 330 Li 11

มาตรวัด Live Cockpit Visual มีลูกเล่นเก๋ๆด้วยชุดมาตรวัดที่สวนทางกับสากล ตรงกลางจะมีระบบนำทางแสดงอยู่ และบนกระจกมี Head Up Display

BMW 330 Li 9

จอทัชสรีนอัพเดทระบบปฏิบัติการเป็น Os 7 ใช้งานได้ไหลลื่น นอกจากแสดงการทำงานของระบบความบันเทิง ยังโชว์การทำงานของวัดบูสต์เทอร์โบ อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง แรงม้า และแรงบิด

BMW 330 Li 10

ทีเด็ดอีกหนึ่งเรื่องนั่นคือการสั่งงานระบบความบันเทิงด้วยปลายนิ้วหรือ Gesture Control

มีระบบช่วยจอดและช่วยถอยอัตโนมัติ ใช้งานไม่ยากแค่เข้าเกียร์ถอย กดปุ่ม Reversing Assistant ปล่อยมือจากพวงมาลัย แต่ต้องคุมเบรคให้ความเร็วไม่เกิน 9 กม./ชม. ระบบจะจำให้ในระยะ 50 ม. ซึ่งต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. อีกต่างหาก

BMW 330 Li 12

กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ก็เป็นอีกระบบที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะจดจำเส้นทางซึ่งทำงานร่วมกับระบบช่วยจอด และเพียงคุณเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน BME Connected App. จะสามารถรู้สถานะของรถด้วยการสั่งเปิดกล้องรอบคันได้

ชุดเครื่องเสียงหนีไม่พ้น Harman Gordon มี Wireless Charger อยู่ที่ช่องเก็บของหน้าคันเกียร์ รวมถึงช่องเสียบชาร์จแบบ Type C และระบบปรับอากาศเป็นแบบ 3 โซน ซึ่ง 330e M Sport ยังคงเป็นแบบ Dual Zone

บีเอ็มดับเบิลยูห่างหายไปนานกับเครื่องยนต์เบนซินสันดาป เพราะหลังๆจะมาเป็นระบบไฮบริดกับดีเซลเทอร์โบ ใน 330 LI ถือว่าเป็นการกลับมาให้หายคิดถึงกับขุมพลังเป็นแบบเบนซิน Twin Power Turbo ใช้เทอรโบแบบ Twin scroll ขนาดความจุ 1,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบ และแรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550-4,400 รอบ อัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 7.1 วินาที อัตราสิ้นเปลือง 15.6 กม./ลิตร

BMW 330 Li 14

ส่งกำลังผ่านระบบ Sport Steptronic พร้อม Paddle Shift แบบ 8 จังหวะ พร้อมโหมดขับขี่ Sport Eco Pro และ Comfort ซึ่งปกติจะมี Sport Plus มาให้ด้วย

BMW 330 Li 15

ช่วงล่างหน้าเป็นแบบ Double Joint Sprint Sturt หลังแบบ Five Link แต่ไม่ใช่ M Adaptive รวมถึง เบรคเป็นจานทั้ง 4 ล้อ แต่คาลิปเปอร์เป็นแบบธรรมดา

• ระบบ Driving Assistant ประกอบด้วย

• ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Warning,

• ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา Lane Change Warning

• ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Crossing-traffic Warning Rear

• ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถ และ คนเดินถนน ที่ความเร็วต่ำ City Braking Function

• ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ขณะถอยจอด Rear Collision Prevention

• ระบบเตือนป้ายจราจร Speed Limit Info and no-overtaking indicator

ในส่วนของระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติหรือ Cruise Control นั้นมีแต่ไม่ถึงขั้น Adaptive พิเศษตรงที่มีระบบ Curve Speed Limiter ช่วยลดความเร็วอัตโนมัติในกรณีเข้าโค้ง หรือรักษาความเร็วคงที่ขณะลงทางชัน

สำหรับรุ่นนี้แน่นอนว่าเด่นสุดๆคงเป็นเรื่องของพื้นที่นั่งแถว 2 ที่ได้มาจากฐานล้อที่ยาว ทำให้มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารที่เงียบ แม้ในช่วงความเร็วสูง

BMW 330 Li 17

ส่วนเรื่องสมรรถนะเรียกง่ายๆว่าหายห่วง และฟิลลิ่งของขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปจากค่ายใบพัดก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง สมรรุนะจากขุมพลังขนาด 2.0 ลิตร 258 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตรนั้นพละกำลังเหลือเฟือ 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 7 วิ และอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 15.6 กม./ ลิตร โดดเด่นและตอบสนองได้รวดเร็วจากระบบ Twin Power Turbo ซึ่งไม่ใช่เทอร์คู่ เข้าใจง่ายๆคือการแยกอากาศไปยังแต่ละลูกสูบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทุกครั้งมี่เค้นพลังก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

BMW 330 Li 18

ระบบช่วงล่างดีไซน์ออกมานุ่มไปนิด แต่เมื่อมองถึงวัตถุประสงค์ของความกว้างขวางจากห้องโดยสาร ก็ถูกแล้วที่ออกแบบมาให้มีนุ่มนวล

ในเรื่องตัวช่วยการขับขี่มาครบ ทั้งเตือนพร้อมดึงรถกลับเมื่อออกนอกเลน มีระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบเตือนเมื่อมีรถเคบื่อนตัวขณะถอยหลัง แต่ที่เด่นสุดคงหนีไม่พ้นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่ถึงแม้ไม่ใช่ Adaptive Cruise Control แต่ก็มีระบบ Curve Speed Limiter ซึ่งคอยควบคุมและรักษาความเร็วจากเส้นทางที่ระบบประเมินแล้วว่าน่าจะไม่ปลอดภัยทั้งทางลาดชันและทางโค้ง และในส่วนของระบบช่วยจอดพร้อมและช่วยถอยอัตโนมัติก็อัจฉริยะไม่เป็นรองใคร

BMW 330 Li 19

สรุปได้ว่า BMW 330 LI Gran Sedan นั้นโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวาง นั่งสบาย ตัวช่วยการขับขี่มีมาให้ครบ แถมสมรรถนะยังไม่ธรรมดา แต่น่าเสียดายที่ม่านบังแดด และไฟตัดหมอก ควรจะติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

BMW 330 Li 20

ราคาจำหน่ายที่ตั้งไว้ 2,899,000 บาท แพงกว่า 330e M Sport อยู่ 100,000 บาท และยังไปเตะกับซีรีส์ 5 ตัวล่าง แต่ 330 LI M Sport ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยังไร้คู่แข่งในตลาดอยู่ดี

“อีซูซุดีแมคซ์” คว้ารางวัลรถยนต์แห่งปี 2021 ประเภทรถปิกอัพ 4 ประตูยอดเยี่ยม จากสื่อดังในประเทศออสเตรเลีย

0

drive.com.au สื่อออนไลน์ด้านรถยนต์ชื่อดังในประเทศออสเตรเลีย ตัดสินให้ “อีซูซุ ดีแมคซ์” เป็นผู้ชนะรางวัล “รถยนต์แห่งปี 2021” ประเภทรถปิกอัพ 4 ประตูยอดเยี่ยม จากไดร์ฟ (“2021 Drive Car of the Year Awards”, Best Dual Cab Ute Category) จากการตัดสินของคณะกรรมการซึ่งเป็นสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ออสเตรเลีย ด้วยการทดสอบสมรรถนะรถยนต์ทั้งบนสภาพถนนปกติและในสนามแข่ง โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย ประสบการณ์และความสะดวกสบายในการขับขี่ รวมถึงสมรรถนะ และการควบคุมรถ เป็นต้น

ไดร์ฟ (Drive) กล่าวชื่นชม “อีซูซุดีแมคซ์” ว่าเป็นรถปิกอัพที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุดที่จำหน่ายในออสเตรเลียในขณะนี้ โดยมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอย่างครบครันเป็นมาตรฐาน และ “อีซูซุดีแมคซ์” ยังเป็นรถปิกอัพรายแรกในประเทศออสเตรเลียที่ได้รับการประเมินระดับสูงสุดห้าดาวจากสถาบันทดสอบความปลอดภัยหรือ ANCAP ซึ่งใช้หลักเกณฑ์การทดสอบล่าสุดที่เข้มงวดกว่าเดิม

นอกจากนี้ “อีซูซุดีแมคซ์” ยังช่วยสร้างสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหนือชั้น และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ปิกอัพสไตล์ออฟโรด “อีซูซุดีแมคซ์” ยังมีสมรรถนะการปีนไต่ทางชันที่ดีเยี่ยมอีกด้วย

เวสป้าฉลองครบรอบ 75 ปีด้วยรุ่นพิเศษ “VESPA 75th ANNIVERSARY SPECIAL EDITION”

0

“เวสป้า” สกู๊ตเตอร์ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี 1946 และในเวลาต่อมาเวสป้าได้พิสูจน์แล้วว่าเวสป้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ ด้วยระยะเวลาตลอด 75 ปี เวสป้าได้พลิกโฉมการเดินทางบนท้องถนนทั่วโลก กลายเป็นผู้นำกระแสใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอิสระและวิถีชีวิตร่วมสมัยที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์รวมถึงเทคโนโลยีแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง และเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ในฐานะหนึ่งในพลเมืองของโลก เวสป้ามาพร้อมกับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ที่มาในรุ่น Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition และ Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Edition ที่มาพร้อมกับเฉดสีดึงดูดสายตา “สีทอง Giallo 75th” สีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ โดยสื่อถึงเฉดสีแบบร่วมสมัยที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีที่ได้รับความนิยมในยุค ‘40s “สีทอง Giallo 75th” ยังชวนให้รำลึกถึงความสำเร็จ จิตวิญญาณแห่งการสร้างนวัตกรรม และความหลงใหลในสไตล์แฟชั่นของเวสป้าพร้อมลายกราฟิกเลข 75 สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น

ฟีเจอร์และดีไซน์ “Vespa 75th Anniversary Special Edition” ของทั้ง 2 รุ่น ได้แก่

  • จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ตอบโจทย์การขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ตัวถังเหล็กและบังโคลนหน้าประดับด้วยหมายเลข 75 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำรุ่น เล่นมิติด้วยเฉดสีที่เข้มกว่าเล็กน้อย
  • เน็กไทเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่มาพร้อมสีทองทึบแสง “Giallo Pirite” เพิ่มมิติให้กับตัวรถ
  • ล้อสีเทาผสานการตกแต่งขอบสีเงิน ยกระดับความคลาสสิกได้เป็นอย่างดี
  • ตะแกรงหลังโครเมี่ยมพร้อมกระเป๋าสัมภาระทรงกลมดีไซน์จากกล่องเก็บยางอะไหล่สุดคลาสสิก
  • เบาะหนังนูบัคแบบพิเศษสีดำพร้อมมือจับกันตกสีเทา Grigio Fumo
  • แผ่นเพลทประจำรุ่นเพิ่มความพิเศษ

Vespa Primavera 150 i-Get ABS 75th Anniversary Special Edition สกู๊ตเตอร์รุ่นคลาสสิกระดับตำนาน เอกลักษณ์เฉพาะตัวพร้อมไฟหน้าทรงกลม

  • ครั้งแรกของโมเดล Primavera ที่นำจอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบมาอยู่บนตัวรถ
  • ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
  • ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์
    i-Get ขนาด 158 ซีซี.
    พร้อมไฟหน้า – ท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจในทุก เส้นทางด้วยระบบเบรก ABS
  • ราคา 159,900 บาท* 

* ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit 

Vespa GTS 300 HPE 75th Anniversary Special Edition ที่สุดของเวสป้าเฟรมใหญ่สไตล์สปอร์ต จากตระกูลจีทีเอส (GTS) มาพร้อมสุดยอดสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเวสป้า

  • เครื่องยนต์ HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซี.ซี. แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 12%
  • จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
  • ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่
  • ไฟหน้า – ไฟท้ายแบบ LED ขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS พร้อมด้วยระบบป้องกันการลื่นไถล (ASR)
  • ราคาวางจำหน่าย 259,900 บาท*

* ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย และ Welcome kit

Vespa 75th Anniversary Special Edition เน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย Vespa 75th Anniversary Welcome Kit ประกอบไปด้วย
1. Welcome Card 2. คู่มือรถ 3. แผ่นเพลทเวสป้าสไตล์วินเทจ 4. โปสการ์ดเวสป้าจำนวน 8 ใบ บอกเล่าประวัติศาสตร์ตลอด 8 ทศวรรษของเวสป้า และ 5. กระเป๋าสัมภาระทรงกลมจากดีไซน์กล่องเก็บยางอะไหล่รุ่นคลาสสิก (พร้อมผ้าหุ้มกันน้ำ) เป็นอีกสองรุ่นพิเศษที่เหล่านักสะสมและแฟนคลับตัวยงของเวสป้าห้ามพลาด

ฟิตหุ่นไปกับฟอร์ด เอเวอเรสต์และเจ็ทส์ เปลี่ยนรถให้เป็นยิมกับ 7 ท่าออกกำลังกายเสริมแกร่งง่ายๆ ที่บ้าน

0

สำหรับสายฟิตทั้งหลายที่ต้องหันมาออกกำลังกายวิถี New Normal อยู่ที่บ้านกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องออกกำลังกายในที่แคบๆ คนเดียว ไม่มีทั้งอุปกรณ์ที่ครบครันและเพื่อนร่วมสนุกเหมือนในฟิตเนส วันนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ เจ็ทส์ ฟิตเนส ผู้นำฟิตเนสอันดับหนึ่งและเติบโตเร็วที่สุดในไทย ในการสร้างสรรค์ไอเดียออกกำลังกายแบบใหม่ สะท้อนนิยามการใช้ชีวิตที่แตกต่างด้วยการสร้างหุ่นเฟิร์มเสริมความฟิตด้วยรถเอสยูวีที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์อย่างฟอร์ด เอเวอเรสต์ ให้คนรักสุขภาพลุกขึ้นมาท้าทายขีดจำกัดของตนเองกันด้วย 7 ท่าออกกำลังกายง่ายๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อแบบฟูลบอดี้ เพียงเตรียมพื้นที่และรถคันโปรดให้พร้อม แล้วมาออกกำลังกายไปกับเทรนเนอร์มืออาชีพจากเจ็ทส์ไปด้วยกัน*

  1. ท่า Elevated Toe Taps

ท่า Elevated Toe Taps สามารถใช้เป็นท่าวอร์มอัพหรือคาร์ดิโอได้ ตามจังหวะความเร็วของการสลับขา โดยท่านี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อขาหลายส่วน ทั้งสะโพก ต้นขา และน่อง เริ่มจากยืนหันหน้าเข้าหาประตูข้างรถ งอเข่าข้างขวา และแตะเท้าลงบนบันไดข้างหรือขอบประตูรถ เกร็งหน้าท้องและกระโดดยกเท้าสลับข้าง ทำซ้ำเซ็ทละ 10-15 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท หรือจับเวลา 30 วินาทีหรือ 60 วินาทีตามต้องการ หากต้องการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น สามารถเร่งจังหวะการสลับเท้าให้เร็วขึ้น แต่อย่าลืมเกร็งหน้าท้องและหลังตรงตลอดเวลา

  1. ท่า Incline Mountain Climbers

สำหรับใครที่มองหาความหลากหลายจากการ Plank หรือต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อบริเวณอกส่วนล่าง แขน และหน้าท้อง พร้อมเร่งอัตราการเต้นของหัวใจแบบคาร์ดิโอ ลองฝึกท่า Incline Mountain Climbers ซึ่งจะเน้นการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณแกนกลางลำตัวมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการลงน้ำหนักบนหัวไหล่และหลังส่วนล่าง โดยเริ่มจากการตั้งท่าแบบ Plank วางมือทั้งสองกว้างเท่าหัวไหล่บนบันไดข้างของรถ เพื่อยกให้ร่างกายส่วนบนสูงขึ้นเล็กน้อย ขาเหยียดตรง จากนั้นเกร็งหน้าท้อง งอเข่าหนึ่งข้างเข้าหาอก และเหยียดออกตรง สลับข้างซ้ายขวาต่อเนื่อง ทำซ้ำเซ็ทละ 30-60 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท

สำหรับใครที่อยากเรียกเหงื่อเผาผลาญพลังงานขึ้นอีกระดับ ลองเพิ่มความเร็วในการงอเข่าสลับข้างซ้ายขวา พร้อมเปิดเพลงสร้างความเร้าใจผ่านระบบความบันเทิง ซิงค์ 3 (SYNC 3) ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส ที่มาพร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย สามารถสั่งงานวิทยุ เปิดเพลงโปรดตามใจชอบได้ โดยรองรับทั้งระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ให้ร่างกายได้เบิร์นแคลอรี่แบบสุดมัน

ข้อควรระวังสำหรับการทำ Incline Mountain Climbers คือ ไหล่ หลัง และสะโพก ควรอยู่ในระนาบเดียวกันตลอดเวลา ไม่ควรโก่งหลังหรือยกสะโพกขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

  1. ท่า Decline Push-Ups

อีกหนึ่งท่าที่ดัดแปลงจากการวิดพื้น เน้นการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกส่วนบนและหัวไหล่ โดยสามารถใช้พื้นที่บริเวณข้างรถ เริ่มจากการเซ็ทอัพท่าคล้ายวิดพื้น วางมือกว้างเท่าหัวไหล่บนพื้นห่างจากท้ายรถเล็กน้อย วางเท้าลงบนบันไดข้างของรถหรือขอบประตูให้สูงกว่าลำตัว ขาเหยียดตรง เกร็งหน้าท้อง ยืดอก งอแขน และดันตัวลงให้อยู่ระนาบเดียวกับข้อศอก จากนั้นดันตัวขึ้นจนสุดแขน ทำซ้ำเซ็ทละ 10-15 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท

สำหรับท่า Decline Push-Ups ควรบีบศอกไปด้านหลังตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดบริเวณหัวไหล่ อาจหาเสื่อโยคะมารองมือเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

  1. ท่า Car Push with Ford Everest

หากมีพื้นที่กว้างบริเวณที่จอดรถ มาสร้างความแข็งแรงช่วงแกนกลางลำตัว ช่วยให้คุณมีซิกแพคแน่นๆ ด้วยการออกแรงเข็นรถไปด้านหน้า โดยวางมือทั้งสองข้างบนท้ายรถให้มั่นคง โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เกร็งหน้าท้อง และผลักรถไปด้านหน้า ที่สำคัญ ต้องยืดหลังตรงเสมอและเกร็งหน้าท้องตลอดเวลา เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ บริเวณแกนกลางลำตัวและลดอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นบริเวณหลัง

  1. ท่า Inverted Rows

อีกหนึ่งท่าที่ช่วยยกระดับการออกกำลังกายที่บ้านให้เข้มข้นยิ่งขึ้นได้แม้ไม่มีอุปกรณ์บาร์ครบครันแบบในฟิตเนส ก็ยังสามารถใช้รถฟอร์ด เอเวอเรสต์ คู่ใจเสริมท่าดึงข้อแบบ Inverted Rows เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กล้ามเนื้อหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามแขนอย่าง Biceps และกล้ามหลัง เพียงกดปุ่มพับเบาะแถวที่สามลงให้แบนราบด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากถึง 2,010 ลิตร จากนั้นนั่งเข้าไปบริเวณที่เก็บสัมภาระและจับขอบหลังคารถไว้ให้มั่น ให้สองมือกว้างกว่าไหล่เล็กน้อย จากนั้นจึงงอแขน ออกแรงดึงลำตัวและขาขึ้นจนหน้าอกชิดกับหลังคารถ แล้วจึงเหยียดแขนและลดลำตัวลงโดยไม่ให้หลังสัมผัสกับพื้นรถ ทำซ้ำเซ็ทละ 10-15 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท และสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ อำนวยความสะดวกในท่านี้ยิ่งขึ้นด้วยระบบประตูไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรีที่ทำงานร่วมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะ เพียงมีกุญแจในกระเป๋าและยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย ประตูท้ายรถก็จะเปิดขึ้นอัตโนมัติ

สำหรับท่านี้ ควรยืดอกและหลังตรงตลอดเวลา เกร็งกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นบริเวณหลังส่วนบน

 

  1. ท่า Elevated Lunges

Elevated Lunges เพิ่มความท้าทายอีกระดับกับท่า Lunge โดยวางเท้าด้านหลังบนสเต็ปหรือพื้นที่ยกระดับสูงกว่าเท้าด้านหน้า ซึ่งจะเน้นการบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและก้นให้กระชับยิ่งขึ้น สำหรับการออกกำลังกายโดยใช้รถเช่นนี้ สามารถวางเท้าข้างหนึ่งไว้บนบันไดข้างหรือขอบประตู จากนั้นย่อเข่าด้านหน้าจนต้นขาขนานกับพื้น เหยียดขาตรง ทำซ้ำเซ็ทละ 10-15 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท และสลับข้าง

สำหรับท่านี้ ควรให้เช็คขาที่วางด้านหน้าอยู่เสมอว่าเข่าและข้อเท้าตรงกัน หากเข่าล้ำไปด้านหน้าควรขยับเท้าออกมาให้ตรงกับเข่า เพื่อหลีกเลี่ยงการทิ้งน้ำหนักลงบนเข่า ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

  1. ท่า Triceps Dips

เปลี่ยนท่าบริหารกระชับกล้ามเนื้อด้านหลังต้นแขนหรือ Triceps บนเก้าอี้แบบเดิมๆ มาที่รถคู่ใจ เพียงเปิดประตูรถ ใช้สันมือทั้งสองวางข้างลำตัวบนบันไดข้าง ยืดขาไปด้านหน้าเล็กน้อย ต้นขาขนานกับพื้น จากนั้นเลื่อนก้นให้ออกห่างจากท้ายรถ ยืดอก หลังตรง งอศอกและลดตัวลงต่ำพร้อมบีบศอกไปข้างหลัง จากนั้นจึงเหยียดแขน ยกลำตัวขึ้น ทำซ้ำเซ็ทละ 10-15 ครั้ง รวม 3-4 เซ็ท

ข้อควรระวังสำหรับท่า Triceps Dips ควรเช็คว่าหลังต้องตรงอยู่เสมอ และพยายามบีบศอกไปด้านหลัง ไม่กางออกด้านข้างเพราะอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ได้

รับชมไอเดียออกกำลังกายสุดฟิตกับรถคันโปรดทั้ง 7 ท่าทางช่อง YouTube ของเจ็ทส์ ประเทศไทยได้ที่นี่

 

หลังจากที่ได้ลองฝึกท่าต่าง ๆ กันแล้ว เจ็ทส์ ฟิตเนส และ ฟอร์ด ประเทศไทย ยังขอชวนเพื่อน ๆ สายฟิตมาเพิ่มความท้าทายด้วยชาเลนจ์สุดมันส์ #GetFitWithMyCar เพียงโพสต์วิดีโอโชว์ท่าออกกำลังกายสนุกๆ กับรถคู่ใจ โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นรถรุ่นใดยี่ห้อใด ความยาว 15 วินาที บน Facebook หรือ TikTok พร้อมใส่ #GetFitWithMyCar #FordxJetts และเปิดโพสต์เป็นสาธารณะ ตั้งแต่วันนี้ – 20 มิถุนายน 2564 โดย 10 วิดีโอที่สร้างสรรค์ท่าออกกำลังกายเบิร์นแคลอรี่ได้สนุกสนานโดนใจกรรมการที่สุด จะได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากฟอร์ดและเจ็ทส์ ฟิตเนสถึง 10 รางวัล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 36,200 บาท ได้แก่

  • รางวัลที่ 1 นำฟอร์ด เอเวอเรส ไทเทเนียม พลัส ไปเป็นเพื่อนคู่ฟิตพร้อมออกผจญภัยบนทุกเส้นทางนานถึง 1 สัปดาห์ พร้อมรับบัตรกำนัลสมาชิกเจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมงฟรี 1 เดือน รวมมูลค่า 24,000 บาท (1 รางวัล)
  • รางวัลที่ 2 และที่ 3 รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาทและบัตรกำนัลสมาชิกเจ็ทส์ ฟิตเนส 24 ชั่วโมงฟรี 1 เดือน รวมมูลค่ารางวัลละ 2,600 บาท (2 รางวัล)
  • อีก 7 รางวัล รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 500 บาทและหมวกแก็ปเท่ ๆ จากเจ็ทส์ ฟิตเนส มูลค่า 500 บาท รวมมูลค่ารางวัลละ 1,000 บาท (7 รางวัล)

ติดตามการประกาศผลผู้ชนะกิจกรรมผ่านทาง Official Facebook ของ Ford Thailand และ JettsThailand  ได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2564**

 

* ผู้ออกกำลังกายควรมีสุขภาพแข็งแรงและพร้อมสมบูรณ์ในการออกกำลังกายที่สาธิต
และท่านยอมรับความเสี่ยงและจะไม่เรียกร้องเอาผิดใดๆ หากเกิดการบาดเจ็บหรือเหตุแห่งการกระทำ

** เงื่อนไขและข้อกำหนดในการเข้าร่วมกิจกรรม

  • คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดทุกกรณี
  • ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องติดต่อยืนยันรับสิทธิ์ภายใน 7 วัน โดยส่งข้อความมาที่อินบ็อกซ์ Official Facebook – Ford Thailand สำหรับรางวัลขับรถฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ให้นัดล่วงหน้าเพื่อตรวจเช็คช่วงเวลาการยืมรถ และรับ-คืนรถภายใน 31 ธ.ค. 2564 วันรับ-คืนรถจะต้องเป็นไปตามวันและเวลาทำการที่ฟอร์ดกำหนด ระยะเวลาอาจปรับเปลี่ยนได้ตามมาตรการและสถานการณ์โควิด-19
  • รางวัลที่ได้รับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของรางวัลอื่นได้ ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กับผู้อื่นได้ ยกเว้นการโอนสิทธิ์ในกรณีผู้ได้รับรางวัลอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่มีใบขับขี่
  • ระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้สิทธิสมาชิก เจ็ทส์ฟิตเนส 24 ชั่วโมง 1 เดือน เป็นไปตามที่บริษัทเจ็ทส์ ฟิตเนส กำหนด
  • ระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้บัตรน้ำมันเป็นไปตามที่ระบุไว้บนบัตรและตามที่สถานีบริการน้ำมันกำหนด
  • พนักงานบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือ บริษัทเจ็ทส์ ฟิตเนส พนักงานของผู้จำหน่าย และพนักงานบริษัทตัวแทนโฆษณาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงครอบครัวและเครือญาติใกล้ชิดของบุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน อนุญาตให้บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทเจ็ทส์
ฟิตเนส ประเทศไทย เผยแพร่เรื่องราวภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ประกอบในกิจกรรมนี้ ในการเผยแพร่โฆษณาประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อต่างๆ โดยไม่กำหนดระยะเวลา ซึ่งบริษัทถือเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของกิจกรรมครั้งนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย