Home Blog Page 414

เบนซ์ไพรม์มัส ผนึก GoPro + King Power เปิดประสบการณ์ที่สุดแห่งเทคโนโลยีล้ำสมัย

0

เมื่อเร็วๆ นี้ ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ  ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ร่วมกับ 2 พันธมิตรธุรกิจ นำโดย ธนรักษ์ ธนันต์มณี  CFO บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกล้อง GoPro กับ “ศิลักณ์ อินทภาษี”  ผู้อำนวยการส่วนงานบริหารความสัมพันธ์และบริการสมาชิก กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับกิจกรรม “King Power’s Member Training with GoPro HERO 9” ให้แก่ลูกค้าสมาชิก King Power ได้สัมผัสและทดลองขับสปอร์ตสมรรถนะสูงของรถยนต์ในตระกูล Mercedes-AMG ในรุ่น GT C Roadster และรุ่น GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe โดยมี 2 Driving Instructor ชื่อดัง “ต่อ-วรวุฒิ ภานุมาต” และ “ช๊อป-อวิรุทธ์ ข้าวบ่อ” ร่วมให้คำแนะนำและสอนเทคนิคการขับขี่แบบตัวต่อตัว

พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปกับความพิเศษของกล้อง GoPro รุ่นใหม่ล่าสุด HERO 9 Black ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ที่รองรับการถ่ายวีดีโอและภาพนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับแขกรับเชิญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

“พี่ใหญ่-กฤดา เสพมงคลเลิศ” กูรูด้านการถ่ายภาพชื่อดังจากเพจ Snaptch Zone ที่จะมาร่วมแชร์เทคนิคการเลือกใช้มุมมองในรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ผ่านการ Live ในช่องทาง Mentagram Live ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ Primus Autohaus บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา

 

MOTOR EXPO 2020 พร้อมเต็มพิกัด รถยนต์ 31 แบรนด์ จักรยานยนต์ 20 แบรนด์ เตรียมจัดโพรโมชันสุดคุ้ม

0

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ส่งสัญญาณระเบิดความมัน ประชันรถยนต์ จักรยานยนต์ รุ่นล่าสุด และสินค้าเกี่ยวเนื่อง คับคั่ง แถมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่จากผู้จัด รถ 3 คัน บิกไบค์ 1 คัน

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” เผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “พร้อมขับเคลื่อน ไปในความเปลี่ยนแปลง – Whatever Changes will be…Move on” รวมทั้งวางมาตรการป้องกัน COVID-19 ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้มางาน เข้าชมงานได้สะดวก และปลอดภัย

สำหรับค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานมีทั้งหมด 31 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 20 แบรนด์ จาก 10 ประเทศ โดยทุกค่ายพร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และมอบโพรโมชันพิเศษเฉพาะผู้ซื้อรถภายในงาน

รถยนต์ 31 แบรนด์ ได้แก่ ASTON MARTIN, AUDI, BMW, FORD, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JAGUAR, JEEP, KIA, LAND ROVER, LEXUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NISSAN, PEUGEOT, PORSCHE, ROLLS-ROYCE, SUBARU, SUZUKI, TOYOTA, VOLVO รวมถึงชุดแต่งและรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ได้แก่ BMW M PERFORMANCE, CARLSSON, MOKE, M’Z SPEED และ SWIFT

รถจักรยานยนต์ 20 แบรนด์ ได้แก่ APRILIA, BAJAJ, BMW MOTORRAD, GPX, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, HUSQVARNA, HYOSUNG, KAWASAKI, KTM, MOTO GUZZI, PIAGGIO, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SCOMADI, SUZUKI, TRIUMPH, VESPA และ YAMAHA

ส่วนกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้

1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ BMW 218i GRAN COUPE M SPORT มูลค่า 2,399,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ ALL NEW MG3 HATCHBACK รุ่น D มูลค่า 554,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

3. “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” เมื่อซื้อสินค้าภายในงานจากร้านค้าที่ร่วมรายการรับโชค 2 ชั้น ชั้นที่ 1 รับสิทธิ์จับสลาก เพื่อลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากผู้จัดงานทั้งหมด 2,054 รางวัล (จำกัดสิทธิ์การจับสลาก 1 ท่าน/ครั้ง/วัน) ชั้นที่ 2 ทุก 2,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นชิงรถยนต์ MITSUBISHI MIRAGE 2 GLX CVT AUTO ราคา 509,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

4. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงานมีสิทธิ์ชิงรางวัล รถจักรยานยนต์ HONDA รุ่น CB 1000RS มูลค่า 566,670 บาท จำนวน 1 รางวัล

 

5. “ชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล” ผู้ชมงาน MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM ผ่านลิงค์จาก https://ve.motorexpo.co.th มีสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อชิงรางวัล APPLE WATCH SE รุ่น GPS (ขนาด 40 มิลลิเมตร) มูลค่า 9,400 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 94,000 บาท​

ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” เผยด้วยว่า “MOTOR EXPO ONLINE PLATFORM” เป็นงานคู่ขนานในสื่อดิจิทอลแบบครบวงจร เพื่อเปิดประสบการณ์การชมงานรูปแบบใหม่ เริ่มเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป โดยมีทั้งรีวิวรถที่แสดงในงาน และหากสนใจสามารถจองแพคเกจชมงานแบบวีไอพี ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ ที่จอดรถ บัตรชมงาน และบริการพิเศษจากผู้จัดงาน และผู้แทนจำหน่าย

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th

โตโยต้า เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนไทยสู่ความยั่งยืน ขยายผลการดำเนินงานโครงการ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์”

0

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ภายใต้โครงการ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” ประจำปี 2563 จำนวน 6 ราย โดยได้นำองค์ความรู้ที่เกิดจากการทำธุรกิจของโตโยต้าทั่วโลกกว่า 75 ปี อาทิ ระบบการผลิตแบบโตโยต้า และหลักการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ไคเซ็น) มาถ่ายทอดและร่วมปรับปรุง พร้อมทั้งติดตามผลการไคเซ็นด้วยตนเอง เพื่อยกระดับธุรกิจที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” ประจำภูมิภาค พร้อมเดินหน้าขยายผลโครงการสู่อีก 10 ธุรกิจ เพื่อเป็นรากฐานในการส่งมอบความรู้สู่ผู้ประกอบการทั่วประเทศต่อไป

“โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” คือ โครงการนวัตกรรมสังคมของโตโยต้า ที่มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านการพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายฯ ในการเฟ้นหาธุรกิจที่มีความต้องการปรับปรุงธุรกิจ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นพนักงานเกษียณอายุของโตโยต้าที่มีประสบการณ์ด้านระบบการผลิตแบบโตโยต้าและหลักการไคเซ็น เข้าไปช่วยเหลือธุรกิจชุมชนในลักษณะของการเป็น “พี่เลี้ยงทางธุรกิจ” โดยให้เจ้าหน้าที่ร่วมศึกษาถึงสาเหตุของปัญหา พร้อมนำองค์ความรู้ของโตโยต้า เข้าไปถ่ายทอดและปรับปรุงระบบการจัดการปัญหาของธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงหลักการแก้ปัญหาตามแนวปฏิบัติของโตโยต้าในทุกขั้นตอน และนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ โครงการโตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์มีการกำหนดผลสำเร็จในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยวัดผลผ่าน 5 ดัชนี  ชี้วัดทางธุรกิจ อันได้แก่ ประสิทธิผลการผลิต คุณภาพ (ลดของเสียที่เกิดจากการผลิต) การส่งมอบ การจัดการสินค้าคงคลัง และ การบริหารต้นทุนในกระบวนการ โดยใช้การประยุกต์แนวทางการนำองค์ความรู้มาใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของธุรกิจชุมชนนั้นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานปรับปรุงต่อได้ด้วยตนเองอย่างมืออาชีพ สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ธุรกิจสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อันจะเป็นการสร้างการจ้างงานในท้องถิ่น สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความแข็งแกร่งแก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยต่อไป

โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ทำการส่งมอบโครงการฯ ที่ผ่านกิจกรรมการปรับปรุงธุรกิจ ระหว่างปี 2562-2563 แก่ผู้ประกอบการ 6 ราย โดยมีรายละเอียดธุรกิจ และ ผลสำเร็จในการปรับปรุงดังนี้ 

 ลำดับธุรกิจผลิตภัณฑ์การปรับปรุงธุรกิจ
1บริษัท ลัลณ์ลลิลไบโอเทค จำกัด

จ.สระบุรี

ผลิตและจำหน่าย

เชื้อเห็ด

ผลิตภาพ

      > ปรับสายการผลิตในกระบวนการการกรอกข้าวฟ่างใหม่

ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2,000 ขวด/วัน รายได้เพิ่มขึ้น 364,000 บาท / เดือน

การจัดการสินค้าคงคลัง

      > สร้างมาตรฐานการจัดการวัตถุดิบข้าวฟ่าง

ลดต้นทุนจมได้กว่า 140,000 บาท

2บริษัท ดีไลท์ 88 จํากัด

จ.อุบลราชธานี

ก๋วยจั๊บกึ่งสำเร็จรูป

จั๊บจั๊บ

ผลิตภาพ

     > ปรับปรุงกระบวนการอบเส้น เพื่อลดเวลาการอบ

     > ปรับสายการผลิตในกระบวนการบรรจุเส้นใส่ซอง โดยลดงานไม่จำเป็น

ผลผลิตเพิ่มขึ้น 5,824 ซอง / เดือน

คุณภาพ

     > สร้างมาตรฐานในกระบวนการการปั้นเส้นให้มีความสม่ำเสมอ

     > ปรับปรุงขั้นตอนการบรรจุซอง ลดความสูญเสียในกระบวนการ

ลดของเสียในกระบวนการผลิตได้ 65,442 บาท / เดือน

3บริษัท แปลนครีเอชั่นส์ จำกัด

จ.ตรัง

ของเล่นไม้

Plantoy

การจัดการสินค้าคงคลัง

     > สร้างมาตรฐานการจัดการสินค้าคงคลังโดยใช้ระบบ Just in time

        ทั้งส่วนของการวางแผนการขาย-ผลิต และ การจัดเตรียมวัตถุดิบ

ลดจำนวนสินค้าคงคลังและต้นทุนในกระบวนการ ลงได้ 18.81 ล้านบาท

4กลุ่มหมอนฟักทอง อสม.

จ.มหาสารคาม

หมอนสุขภาพผลิตภาพ

     > ปรับเรียบกระบวนการ ช่วยลดการรองาน

ผลิตสินค้าหมอนรองคอได้เพิ่ม จาก 128 ชิ้น/วัน เป็น 160 ชิ้น/วัน (25%)

การส่งมอบ

     > ปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้า โดยกำหนดงานมาตรฐานที่ออกแบบให้

        สามารถใช้ทรัพยากรในการขนส่งต่อรอบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลด

        ต้นทุนการขนส่งลง 34%

ลดต้นทุน 2.44 บาท / ชิ้น เพิ่มกำไร 60,725 บาท / เดือน

5บริษัท สันติภาพ(ฮั่วเพ้ง 1958) จำกัด

จ.ชุมพร

ปลากระป๋อง

ตรานกพิราบ

ผลิตภาพ

     > ลดความสูญเสียในสายการผลิต และกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็น

ลดความสูญเสียในสายการผลิตได้ 20%

6หจก.สักสยามอุตสาหกรรม

จ.สุพรรณบุรี

กรอบรูปไม้การจัดการสินค้าคงคลัง

     > ถ่ายทอดหลักการบริหารสินค้าคงคลังแบบ Just In Time แยกประเภทสินค้า 

         เคลื่อนไหวเร็ว-ช้า-ไม่เคลื่อนไหว

     > แนะแนวทางการจัดการสินค้าเกินจำเป็นเพื่อลดต้นทุนจม

ลดจำนวนสินค้าคงคลังและต้นทุนในกระบวนการ ลงได้กว่า 2 ล้านบาท

 นอกจากนี้ ในปี 2563-2564 บริษัทฯ ได้ขยายผลโครงการฯ อย่างต่อเนื่องไปยังอีก 10 ธุรกิจ รวมถึงมีเป้าหมายที่จะผลักดันและยกระดับธุรกิจที่มีศักยภาพสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์”  ให้ครบใน 18 จังหวัดตามแผนยุทธศาสตร์ทางการค้าของกระทรวงมหาดไทย ภายในปี 2565 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการส่งต่อประสบการณ์การปรับปรุงธุรกิจแก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ “โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ไทย ให้สามารถพึ่งพาตนเอง ตลอดจนสามารถแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาธุรกิจแก่ผู้ประกอบการรายอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตอย่าง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทยต่อไป

ฮุนไดจัดโปรใหญ่ 11.11 มอบส่วนลดกว่าหกแสนบาทสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

0

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดโปรโมชั่นพิเศษ 11.11 มอบส่วนลดพิเศษ 638,000 บาทให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น ไอออนิค จากราคาปกติ 1,749,000 บาท เป็น 1,111,000 บาท จำกัดสิทธิ์เพียง 10 คันเท่านั้น

 

ลูกค้าที่สนใจจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับโค้ดโปรโมชั่นที่  LINE Official @HyundaiThailand ภายในวันที่ 11   พฤศจิกายน 2563 (ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน) และสามารถใช้สิทธิ์ได้ระหว่างวันที่ 11-30 พ.ย 2563 ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติม www.hyundai.co.th

นิสสัน ‘นาวารา ใหม่’ บุกตลาดประเทศไทยที่แรกในโลก

0

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ส่ง นิสสัน นาวารา ใหม่ บุกตลาดเป็นประเทศแรกในโลก ด้วยดีไซน์ใหม่ดุดัน เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ และติดตั้งนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะเต็มรูปแบบ เพื่อลูกค้าคนไทยด้วยพลังที่กล้า เพื่อคนแกร่ง ดีไซน์คอนเซ็ปต์ “Unbreakable Design” คำนึงถึงการใช้งาน และความชื่นชอบของลูกค้า ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน กระจังหน้าใหม่แบบ Interlock และซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความโดดเด่น ระบบไฟหน้าแบบ QUAD – LED คุณภาพสูง 4 ดวงพร้อม Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED แบบเส้นเดียวที่ทันสมัย โดยไม่ละทิ้ง DNA ของนิสสันที่ท้าทายทุกขีดจำกัด และพร้อมให้ลูกค้าสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ จากชื่อเสียงมากกว่า 80 ปีของรถกระบะนิสสันที่ลูกค้ายอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งทนทาน

ราเมช นาราสิมัน ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Nissan NEXT ที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสองฐานการผลิตนิสสัน นาวารา ใหม่  เพื่อลูกค้าชาวไทยและส่งออกไปกว่า 26 ประเทศ พิสูจน์ความสำคัญของประเทศไทยฐานะศูนย์กลางด้านการผลิต รวมถึงการวิจัยและพัฒนา สำหรับลูกค้านิสสันในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ผม และพนักงานนิสสันทุกคนจะมุ่งมั่นรักษาคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับโลกจากฐานการผลิตในประเทศไทย และนำเสนอรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง”

สมรรถนะและความแรงที่มาพร้อมความประหยัด

เครื่องยนต์ของนิสสันมีชื่อเสียงทั้งด้านประสิทธิภาพ และความทนทาน โดย นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

  • เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด3 ลิตร 4 สูบ ทวินเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)
  • เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)

นอกจากนี้ ยังคงความสมบูรณ์แบบที่สามารถลุยได้ทุกที่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และเทคโนโลยีที่เสริมความมั่นใจในทุกสภาวะของเส้นทาง อาทิ ระบบป้องกันการลื่นไถล (Brake Limited Slip Differential: B-LSD) และ ระบบล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (Electronic Rear Locking Differential)  รวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) ที่เสริมฟังก์ชัน Off-Road Meter เมื่ออยู่ในโหมด 4L

เทคโนโลยีที่ให้ความมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายทุกการขับขี่

เพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจตลอดการเดินทาง นิสสัน นาวารา ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี อาทิ เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Breaking) เทคโนโลยีเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) เทคโนโลยีป้องกันการชนจากจุดอับสายตาอัจฉริยะ (Intelligent Blind Spot Intervention) เทคโนโลยีควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทางอัจฉริยะ (Intelligent Lane Intervention) รวมถึง เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor ที่มีฟังก์ชัน Off-Road Meter เป็นต้น

ตลอดจนเทคโนโลยีความปลอดภัย เซฟตี้ ชิลด์ (Safety Shield Technology)  ที่ครบครัน อาทิ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control: TCS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัจฉริยะ (Vehicle Dynamic Control: VDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพของรถขณะลากจูง (Trailer Sway Assist: TSA) เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยที่เหนือระดับ

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ

การเชื่อมต่อเพื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน สามารถทำได้ผ่าน NissanConnect ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay และ Android Auto* เพื่อใช้งานในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ระบบนำทาง (Navigation system) หรือ แอปพลิเคชันฟังเพลงต่าง ๆ ผ่านหน้าจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงหรือ Voice Recognition

นอกจากนี้ นาวารา ใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ร่วมกับแอปพลิเคชัน NissanConnect Service บนสมาร์ทโฟน* เพื่อให้เจ้าของนาวาราสามารถเชื่อมต่อและดูข้อมูลของรถยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เติมเต็มการใช้งานได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยมีฟังก์ชั่นเด่น ๆ อาทิ การแสดงพิกัดรถยนต์ สถานะรถยนต์ การช่วยเหลือฉุกเฉิน และ ประวัติการขับขี่  เป็นต้น

สะดวกสบายในทุกการเดินทาง และเต็มที่กับทุกการใช้งาน

ห้องโดยสารของนิสสัน นาวารา ใหม่ ใช้กระจกแบบ Noise-reducing acoustic glass ลดเสียงรบกวนที่เข้ามาในห้องโดยสาร และกระจกตอนหลังกรองแสงสีชาเพื่อความสบายตา เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งภายในด้วยหนังแท้รอบห้องโดยสารโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Zero Gravity ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมดันหลังปรับไฟฟ้า ในตำแหน่งผู้ขับขี่ ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกล ตลอดจนที่นั่งด้านหลังเพิ่มความสบายด้วยดีไซน์ใหม่นุ่มสบาย (Comfort rear seating cushions) มีที่พักแขนและที่วางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง รวมถึงพอร์ต USB Type C บริเวณคอนโซลกลาง ตอบโจทย์ด้านอรรถประโยชน์ของการใช้งานให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

สมรรถนะด้านการบรรทุกเป็นที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามาโดยตลอด นาวารา ใหม่ ยังสามารถตอบโจทย์การบรรทุกหนักด้วยโครงสร้างแชสซีส์ เหล็กกล้าชิ้นเดียวตลอดคัน ที่พื้นที่กระบะตอนท้ายได้เพิ่มสเต็ปด้านท้ายรถ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานขึ้นลง รวมถึงการปรับตำแหน่งตะขอยึดใหม่ เพื่อตอบโจทย์การบรรทุกสัมภาระทั้งขนาดใหญ่และเล็ก

PRO4X และ PRO2X อีกขั้นของกระบะแอดเวนเจอร์สำหรับทุกความท้าทาย

นิสสัน นาวารา PR04X และ PRO2X ใหม่ถ่ายทอดดีเอ็นเอมาจากนิสสัน ไททัน กระบะฟูลไซส์ในสหรัฐอเมริกา เพื่อลูกค้าที่ชอบการเดินทางแบบผจญภัยพร้อมลุยไปในเส้นทางแปลกใหม่ เสริมความดุดันของดีไซน์ภายนอกที่ทันสมัย กระจังหน้า และอุปกรณ์ตกแต่งโทนสีดำ ช่วงล่างที่ปรับแต่งใหม่ให้สามารถลุยไปได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ ผสานกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว  พร้อมยางแบบ All Terrain นิสสัน นาวารา ใหม่ PRO Series มาพร้อมสีพิเศษ สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เสริมด้วยชุดแต่ง แอคเซนท์สีส้ม-แดง ภายในห้องโดยสาร และเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต พร้อมโลโก้ PRO4X**

“เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบันที่ชื่นชอบความท้าทายและการออกไปผจญภัยเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ นิสสันจึงได้เพิ่มรุ่น PRO4X และ PRO2X กระบะแอดเวนเจอร์ ที่พร้อมพาลูกค้าของเราเดินทางก้าวข้ามทุกความท้าทาย ได้อย่างมั่นใจ” ราเมช กล่าวเสริม

สำหรับสีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว ไวท์ โซลิด (White Solid), สีขาว ไวท์ เพิร์ล (White Pearl),     สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver), สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star),  สีแดง เบิร์นนิ่ง เรด (Burning Red) และสีใหม่ ฟอร์จ คอปเปอร์ (Forged Copper) ขณะที่รุ่น PRO series ทั้ง PRO4X และ PRO2X  จะมี สีเทา สเตลท์ เกรย์ (Stealth Gray) เพิ่มเป็นทางเลือกเฉพาะรุ่นอีกด้วย

ลูกค้าสามารถจองนิสสัน นาวารา ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จะเริ่มส่งมอบนาวารา ใหม่ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสัน ทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์บริการลูกค้านิสสัน โทร. 02 401 9600 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

 

‘*เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน

‘**สำหรับรายละเอียดในแต่ละรุ่นย่อย กรุณาตรวจสอบข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ แคตตาล็อกและรายละเอียดทางเทคนิค (Specification)

ทีทีซี มอเตอร์เขย่ากลยุทธ์ออนไลน์-ออฟไลน์แบบทุบไม่ยั้ง ส่งผลให้ยอดขาย 10 เดือนดีเทียบเท่าปีที่ผ่านมา

0

นายอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดรถยนต์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ทีทีซีเองได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกันในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ต่อเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลาย ประกอบกับการดำเนินธุรกิจในวิถีใหม่ ทำให้บริษัทปรับตัวอย่างมาก รุกหนักการตลาดในรูปแบบออนไลน์อย่างหนักหน่วง เป็นผลให้ยอดในช่วงไตรมาสสองประสบความสำเร็จด้วยดี

“ในช่วงไตรมาสสาม ทีทีซี ใช้กลยุทธ์แบบคู่ขนานทั้ง Online และ Offline ไปด้วยกัน โดยเฉพาะ การจัดกิจกรรม Showroom Event  ที่ดำเนินการทั้ง 2 แบบผ่าน Online Platform ด้วยเพื่อดึงคนที่สนใจและเป็น prospect จริงมาที่งาน  ภายในงานเราก็มีสิทธิประโยชน์มากมายที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน  ทั้งนี้เรายังเสริมด้วย Eco-Partner ภายใต้โครงการ TTC & Friends ซึ่งได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมโครงการจาก Partner ของเรามากมาย อาทิ การท่องเที่ยวเรามีพันธมิตร โรงแรมระดับ 5 ดาว, สนาม Golf ใน major destinations ต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงร้านอาหารชั้นนำอีกมากมาย โครงการนี้เราต้องการให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่ม Value ในด้านสิทธิประโยชน์ต่างให้กับการบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าในอนาคตของทีทีซี ยิ่งขึ้นไปอีก”

อีกหนึ่งความสำเร็จ เพราะทีทีซียืนยันออกงาน Big Motor Sale 2020 ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ถือว่า 10 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม – ตุลาคม 2563) ทีทีซีมียอดขายไม่ต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 มากนัก

“ในปลายปีนี้เราพร้อมตอกย้ำความสำเร็จทางการตลาดอีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วม งาน Motor Expo ด้วยขนาดพื้นที่บูท  570 ตารางเมตร โดยมีรถ Hightlight สำหรับไตรมาสสี่  ไม่ว่าจะเป็น รถใหม่ในส่วนของ

Mercedes-AMG: C 43 Coupe’, CLS 53 และรถ Passenger Cars: C 300 AMG Sport, E 220 d, GLC 220 AMG, GLC 300 , CLS 300 และ S 560 AMG  นอกจากนี้ยังมีรถ Mercedes Certified ที่หาที่ไหนไม่ได้ เพราะเราเตรียมมาสำหรับงาน Motor Expo 2020 โดยเฉพาะพร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้แก่ Mercedes-AMG รุ่น GTR, C 43 Coupe และ Mercedes-Benz S 560 e AMG ผมในฐานะผู้บริหาร TTC Motor Pattanakarn และ Ubon ก็เรียนเชิญทุกท่านมาร่วมงาน Motor Expo และ พบกับ TTC Motor ได้ที่ Booth C 02 งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 1- 13 ธันวาคม ที่อิมแพคชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี” นายอัครินทร์กล่าว

ทั้งนี้ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ทีทีซี ได้ร่วมงาน Mercedes-Benz SUV Driving Events ณ สนามกรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ พาร์ค เพื่อให้สมาชิก Mercedes-Benz ได้สัมผัสขุมพลังความแข็งแกร่งและสุดยอดสมรรถนะของยนตรกรรม SUV หลากหลายรุ่น ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและทรงพลัง รองรับไลฟ์สไตส์ของคุณและครอบครัวได้อย่างครบครัน ลงตัวด้วยความแข็งแกร่งพร้อมเผชิญทุกสภาพอุปสรรค ผู้สนใจจองรถยนต์ พร้อมพบข้อเสนอพิเศษ Exclusive และสิทธิประโยชน์มากมายจาก TTC & Friends

TTC Motor มีศูนย์จำหน่ายและบริการ 2 สาขา พัฒนาการ 45 โทร.1274, 02-322-2222,083-545-6456 และ อุบลราชธานี โทร. 045-475-222, www.benzttc.com

 

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนใคร : https://bit.ly/3eKwd8L

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร. 1274, 02-322-2222, 083-545-6456 (TTC Motor พัฒนาการ 45)

โทร. 045-475-222 (TTC Motor อุบลราชธานี)

Official Line : line.me/R/ti/p/@benzttc

IG : instagram.com/benzttc

https://www.benzttcmotor.com/

Google map : g.page/BenzTTC?share

มาสด้าโตอีก 200% ส่งสัญญาณบวกเศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก อัดแคมเปญ 0% กระตุ้นกำลังซื้อพร้อมร่วมโครงการช็อปดีมีคืน

0

มาสด้าเปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์รวมในเดือนตุลาคมโตกว่า 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลับมาเป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวีตระกูล CX-Series ได้สร้างสถิติใหม่ยอดขายโตทะลุเพดาน 238% ส่วนรถปิกอัพ BT-50 PRO กลับมาโตแบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว 86% ส่งสัญญาณบวกต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เริ่มกลับมาเดินหน้าต่ออีกครั้ง เตรียมบุกตลาด 2 เดือนสุดท้าย ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายตามห้างสรรพสินค้าและที่โชว์รูม พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเพื่อเอาใจคนรัก CX-Series ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0% เดินหน้าเอาใจใส่ดูแลลูกค้าด้วยบริการตรวจเช็คฟรี 20 รายการ แบตเตอรี่ราคาเริ่มต้น 2,200 บาท โปรโมชั่นอะไหล่แท้ราคาพิเศษ* ผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มต้นเดือนแรกประจำไตรมาสสุดท้ายของปีส่อแววกลับมาฟื้นตัวอย่างเด่นชัด หลายธุรกิจสถานการณ์เริ่มดีขึ้นมากกว่าช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลกับโครงการ “คนละครึ่ง” และ “ช็อปดีมีคืน” เริ่มส่งผลดีต่อกำลังซื้อของประชาชนและเศรษฐกิจระดับฐานราก โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดการณ์ว่า GDP จะติดลบน้อยลงจากกว่าเดิมที่ประเมินไว้ 8.5% เป็นติดลบลดลงเหลือ 7.7%** นับเป็นสัญญาณบวกที่ดีต่อผู้ประกอบการในประเทศไทย สำหรับมาสด้าก็เช่นกันจากตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ มาสด้าปิดยอดขายอยู่ที่ 3,907 คัน มีอัตราการเติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 โดยเฉพาะรถตระกูล CX-Series ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด 238% และ Mazda BT-50 PRO ที่มีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นถึง 86% หรือโตเกือบเท่าตัว นับเป็นครั้งที่แรกที่ได้เห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นในปีนี้หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา

สำหรับตลาดรถยนต์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มาสด้ามียอดขายรวมทั้งสิ้น 3,907 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์นั่ง จำนวน 1,953 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี จำนวน 1,276 คัน และรถปิกอัพจำนวน 678 คัน โดยเฉพาะ Mazda2 ยังคงมาแรงเช่นเคย ด้วยยอดขาย 1,775 คัน ตามด้วยรถปิกอัพ BT-50 PRO จำนวน 678 คัน Mazda CX-30 จำนวน 552 คัน Mazda CX-8 จำนวน 359 คัน Mazda CX-3 จำนวน 258 คัน Mazda3 จำนวน 178 คัน และ Mazda CX-5 จำนวน 107 คัน ตามลำดับ

ทั้งนี้ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของมาสด้าเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการตอบรับรถตระกูล CX-Series จนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลาย ในโอกาสพิเศษนี้มาสด้าได้มอบแคมเปญพิเศษเพื่อเอาใจคนรัก CX-Series ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance, ขยายการรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีค่าแรงเช็คระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐตามโครงการ “ช๊อปดีมีคืน” มาสด้ายินดีมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษกับโครงการ Mazda Always Care เพราะห่วงใย…เราพร้อมดูแล เพียงนำรถเข้าเช็คเตรียมความพร้อมกับการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ มาสด้าบริการตรวจเช็คฟรี 20 รายการ อะไหล่แท้ราคาพิเศษ แบตเตอรี่ราคาเริ่มต้นเพียง 2,200 บาท ยางราคาเริ่มต้นเพียงเส้นละ 2,200 บาท สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563 นี้* ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เอ.พี. ฮอนด้า เปิดตัวโปรเจกต์วินสะอาด Green Win by Honda ครั้งแรกของฮอนด้ากับโครงการวินรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

0

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย สนองนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ เปิดตัวโปรเจกต์วินสะอาด หรือ Green Win by Honda วินรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปด้วยรถ Honda PCX Electric
มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “จากนโยบายของภาครัฐที่หันมาให้ความสำคัญกับยานยนต์พลังไฟฟ้าอย่างจริงจัง ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้เราเร่งพัฒนาการศึกษารูปแบบในการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตจริง เริ่มจากการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สร้าง Ecosystem เต็มระบบที่มีทั้งตัวรถ Honda PCX Electric ตัวสถานี Swapping Station สำหรับสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งร่วมพัฒนากับทาง HAUP บริษัท Startup ผู้นำด้าน Shared Mobility ที่ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวก ง่าย เพียงลงทะเบียนในระบบ และยืนยันตัวตนเมื่อต้องการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเมื่อไม่นานมานี้เรายังได้ร่วมกับ Flash Express และ OR ในการนำ Honda PCX Electric มาใช้ในธุรกิจเดลิเวอรี่ที่กำลังเติบโต ซึ่งทั้งหมดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้งานและสังคมไทย”
“ล่าสุดนี้ เราได้ขยายรูปแบบของการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้กับรถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือที่คนไทยเรียกกว่าวินมอเตอร์ไซค์ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานจากภาครัฐ ก่อให้เกิดโครงการวินสะอาด ซึ่งจะเป็นวินรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยฮอนด้าได้สร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) เพื่อพัฒนาเป็น Ecosystem เต็มรูปแบบ โดยโครงการวินสะอาดจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบสนองการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับคนเมืองในอนาคตต่อไป” สำหรับโครงการวินสะอาด หรือ Green Win by Honda เป็นการทดลองใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้งานจริง โดยทาง เอ.พี. ฮอนด้า ได้จัดสรร Honda PCX Electric สำหรับใช้ในโครงการนี้ทั้งสิ้น 50 คัน สร้างสถานีสำหรับสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อีก 10 สถานี โดยเริ่มต้นสถานีแรกที่อาคารจอดรถของโรงแรม Holiday Inn
โครงการวินสะอาดเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปตามอัตราค่าโดยสารปกติ และจะมีระยะเวลาโครงการ 1 ปี นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป
ติดตามความเคลื่อนไหวด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ที่
เว็บไซต์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า www.aphonda.co.th
เฟซบุ๊ก fb.com/hondamotorcyclethailand

ประกาศผลผู้ชนะรายการ GR Supra GT Cup ASIA ตัวแทนในการแข่งขัน ในรายการ GR Supra GT Cup Global Final

0

รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเสมือนจริงครั้งแรกของโตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค ซึ่งจัดขึ้นในเอเชีย* ภายใต้ชื่อรายการ “GR Supra GT Cup ASIA 2020” ได้ปิดฉากความตื่นเต้นลง โดยการแข่งขันดังกล่าวมีตัวแทนนักแข่งเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 15 คน จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย โดยผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงพละกำลัง ความสมดุล และความคล่องตัวของสุดยอดรถสปอร์ตของ Toyota GR Supra โดยการแข่งขันผ่านระบบออนไลน์บนสนามแข่งรถที่มีความหฤโหดแห่งหนึ่งของโลก ที่สนามนูร์เบิร์กริงในประเทศเยอรมัน เส้นทางอันหฤโหดนี้ทำให้นักแข่งและรถแข่งต้องฝ่าฟันบททดสอบอันยากลำบาก โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยได้ทำการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในรอบท้ายๆ ของการแข่งขัน

โดยในรอบสุดท้ายของการแข่งขัน ศรีกายา (Srigaya) ได้แซง ทัช อัยมาน (Taj Aiman) ขึ้นนำได้แต่ถูกทำโทษด้วยการปรับเวลาไป 1 วินาทีเนื่องจากพฤติกรรมในการแข่งขันที่ไม่สุภาพ ส่งผลให้ ทัช อัยมาน กลับมานำและกลายเป็นผู้ชนะ โดยที่ ศรีกายา เข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 2 และ อาลีฟ (Aleef) เข้าเป็นลำดับที่ 3 อย่างไรก็ดี จากการที่อาลีฟเป็นผู้ชนะในการแข่งขันทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ทำให้มีคะแนนนำทัช อัยมาน อยู่  3 คะแนนและกลายเป็นผู้ชนะของรายการนี้ในที่สุด

อาลีฟได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวน 6,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายในรายการ “GR Supra GT Cup 2020” ซึ่งเขาจะต้องทำการแข่งขันกับผู้ชนะในรายการ e- Motorsport จากทั่วโลกในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ อัยมาน ผู้ซึ่งได้ลำดับที่ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ในขณะที่ศรีกายา ซึ่งเป็นผู้ชนะลำดับที่ 3 ได้รับเงินรางวัล 1,500 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดยผู้ชนะทั้ง 3 คนได้รับมอบถ้วยรางวัลของการแข่งขันนี้ด้วย

การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค คือการแข่งขันในรูปแบบวันเมคเรซ ในเกมส์ Gran Turismo Sport ของเครื่อง PlayStation 4** ซึ่งของการแข่งขันชิงแชมป์การแข่งรถเสมือนจริงระดับประเทศที่จัดขึ้นทั้งในฟิลิปปินส์ อินเดีย และมาเลเซีย รวมถึงผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากสิงคโปร์และไทยที่ผ่านรายการ GR Supra GT Cup ระดับโลกโดยมีนักแข่งระดับประเทศที่ฝีมือดีที่สุดเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค รายการนี้ถือได้ว่าเป็นการรวมเอาแฟนมอเตอร์สปอร์ตและคอเกมตัวยงจากทั่วทั้งเอเชียมารวมตัวกันเพื่อสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันรถยนต์กับโตโยต้า โดยมีผู้เข้าชมการแข่งขันมากกว่า 2.7 ล้านครั้ง

E-Motorsport ถือป็นหนึ่งในเสาหลักของ TOYOTA GAZOO Racing หรือ TGR ซึ่งนำความเร้าใจมาสู่ผู้ที่ชื่นชอบรถและความตื่นเต้นให้กับผู้คนที่มองหาความท้าทายใหม่ๆ ในโลกเสมือนจริง ประสบการณ์และการเรียนรู้แบบเรียลไทม์จากกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของ TGR ได้ถูกนำไปใช้กับการพัฒนารถยนต์ที่ดียิ่งขึ้น

รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคประกอบไปด้วยการแข่งขัน 3 รายการ โดยการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นอย่างอลังการที่ฟูจิ สปีดเวย์ ซึ่งเป็นสนามในถิ่นของโตโยต้า และเป็นสถานที่ที่โตโยต้าได้รับชัยชนะมากมายในประวัติศาสตร์การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ผ่านมา ด้วยการแข่งขันของเหล่านักแข่งรถยนต์เสมือนจริงที่เก่งที่สุดจากในเอเชียที่แข่ง GR Supra ในตำนาน ทำให้แฟน ๆ e-Motorsport และเกมเมอร์ต่างก็นั่งลุ้นระทึกกันอย่างสุดตัว

ในรอบแรกนี้ อาลีฟ จากสิงคโปร์ชนะเลิศด้วยเวลาที่เร็วกว่า ซูจิ จากมาเลเซีย ผู้ซึ่งได้อันดับ 2 และอัยมาน จากมาเลเซีย ผู้ซึ่งได้อันดับที่ 3 อยู่ถึง 6 วินาที การแข่งขันครั้งที่ 2 เป็นการแข่งขันเสมือนจริงที่น่าตื่นเต้นบนทางด่วน“ ชูโตะ” ของโตเกียวในตอนกลางคืนเป็นจำนวน 5 รอบ โดยในรอบที่ 5 มีฉากที่น่าตื่นเต้นที่สุดฉากหนึ่งของการแข่งขัน โดยที่ ซูจิ (มาเลเซีย), ธนภัทร (ไทย) และ ชาซ (สิงคโปร์) แข่งกัน 3 คนผ่านทางตรงยาวเพื่อชิงลำดับที่ 7 ในช่วงโค้งเลนเดียว ท้ายที่สุด อาลีฟ (สิงคโปร์) จบอันดับที่ 1 อีกครั้งตามด้วย     ศรีกายา (ไทย) ผู้ซึ่งกลับมาแข่งขันอีกครั้งหลังจากเหตุขัดข้องจากการเชื่อมต่อในการแข่งขันในสนามแรก โดยมี ลัลลาฟ (ฟิลิปปินส์) มาเป็นอันดับ 3 ตามหลังเพียง 1 วินาที และนูร์เบิร์กริงเป็นสนามสุดท้าย มีระยะทางวิ่งยาวถึง 20 กิโลเมตร และมีโค้งมากถึง 150 โค้ง รวมทั้งการเข้าพิตภาคบังคับเพื่อเปลี่ยนยางอีกด้วย หลังจากการแข่งขันอย่างเข้มข้น อัยมาน (มาเลเซีย) เป็นผู้ชนะเลิศ ตามมาติดๆ ด้วยศรีกายา (ไทย) และอาลีฟ (สิงคโปร์) เป็นอันดับ 3 หลังวิ่งบนสนามอันหนักหน่วงครบ 3 รอบ 

การพิจารณาผู้ชนะของรายการนั้นดูจากคะแนนรวมเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน โดยอาลีฟได้คะแนนรวมสูงสุดเป็นจำนวน 36 คะแนน ในขณะที่อัยมานได้ลำดับที่ 2 โดยมีคะแนน 33 คะแนน และศรีกายาได้ลำดับที่ 3 ด้วยคะแนน 25 คะแนน

อาลีฟกล่าวถึงชัยชนะของเขาว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นแชมป์คนแรกของรายการ GR Supra GT Cup ASIA และผมหวังว่าจะใช้ความสามารถของผมเพื่อเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกและทำให้ชาวสิงคโปร์และชาวเอเชียทุกคนภาคภูมิใจ มันไม่ใช่การแข่งขันที่ง่ายสำหรับผมเพราะผมต้องเจอกับนักแข่งอีกหลายคนที่มากความสามารถ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอีกหลายระดับก่อนจะถึงรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค แต่ผมก็ดีใจที่สุดท้ายแล้ว ความพยายามของผมก็นำพาความสำเร็จมาจนได้  มันค่อนข้างน่าตื่นเต้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแข่งรถ GR Supra ในตำนานและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้กับแฟน ๆ TGR และ e-Motorsport และคอเกมทุกคน ผมขอขอบคุณโตโยต้า [ทีมระดับภูมิภาคและระดับชาติ] ที่หยิบยื่นโอกาสอันล้ำค่านี้ให้กับผม

จากความสำเร็จของการแข่งขัน “GR Supra GT Cup ASIA 2020 [รอบระดับภูมิภาค]” เดวิด นอร์ดสตรอม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ของโตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “รายการ ‘GR Supra GT Cup ASIA’ เป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้จากพลังแห่งความหลงใหลในยานยนต์และความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด และเรายินดีที่ได้แบ่งปันความตื่นเต้นของรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคกับแฟน ๆ e-Motorsport และผู้ที่ชื่นชอบการแข่งรถ นักแข่งที่เข้ารอบสุดท้ายในระดับภูมิภาคนั้นล้วนมีความสามารถน่าทึ่งและทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นกับการแข่ง GR Supra อันเป็นสัญลักษณ์ในสนามแข่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งทั่วโลก ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับผู้ชนะทุกคนและขอให้อาลีฟประสบความสำเร็จในการแข่งขันรอบสุดท้ายระดับโลก ‘GR Supra GT Cup 2020

ทั้งนี้ อาลีฟจะเป็นตัวแทนของเอเชียไปแข่งขันกับนักแข่งระดับโลกในรอบสุดท้ายระดับโลก “GR Supra GT Cup 2020” ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้         

* เอเชีย หมายถึง ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
**PlayStation เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Sony Interactive Entertainment Inc. และ“ PS4” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเดียวกัน

“นาคากามิ” ควบ Honda RC213V ซิวท็อป 4 ศึกยูโรเปียน กรังด์ปรีซ์

0

ทาคาอากิ นาคากามิ ยอดนักบิดญี่ปุ่นจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า อิเดมิตสึ สร้างผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มทีมอิสระในศึกโมโตจีพี สนาม 13 รายการ ยูโรเปียน กรังด์ปรีซ์ หลังพารถแข่ง Honda RC213V เข้าป้ายอันดับ 4 ในเกมสุดมันส์ที่ บาเลนเซีย ขณะยอดดาวรุ่งไทย “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” บู๊ระห่ำแซงเดือดจากกริด 26 ขึ้นสูงสุดที่ 17 ก่อนโชคร้ายพลาดแต้มในรุ่นโมโตทูอย่างน่าเสียดาย

ศึก โมโตจีพี 2020 สนาม 13 รายการ ยูโรเปียน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน
ที่เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยในรุ่นพรีเมียร์คลาสดวลกันทั้งสิ้น 27 รอบสนาม

เรซนี้ทัพนักบิดฮอนด้ามีลุ้นโพเดี้ยมอย่างมาก เมื่อ ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่นจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า อิเดมิตสึ ได้ออกตัวจากกริดที่ 3 ส่วน สเตฟาน แบรเดิล นักบิดเยอรมัน และ อเล็กซ์ มาร์เกซ รุกกี้ชาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 13 และ 14 ด้าน คาล ครัทช์โลว นักบิดอังกฤษ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า คาสตรอล ที่มีอาการบาดเจ็บประจำการในกริดที่ 16

ผลการแข่งขันปรากฏว่า นาคากามิ ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมตลอดทั้งสุดสัปดาห์ ยังคงรักษามาตรฐานการบิดได้อย่างคงเส้นคงวา ควบรถแข่ง Honda RC213V เข้าเส้นชัยในอันดับ 4 ด้วยเวลาตามหลังแชมป์เพียง 2.194 วินาที พลาดโพเดียมไปนิดเดียว แต่สร้างผลงานที่ดีทีสุดในกลุ่มทีมอิสระไปครอง

ขณะที่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ซึ่งขยับจากกริดที่ 14 ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาถึงอันดับ 8 ก่อนพลาดล้มอย่างน่าเสียดายในรอบที่ 23 ส่วน แบรเดิล สนามนี้ผลงานยอดเยี่ยมพารถแข่งเข้าป้ายในอันดับ 12 ด้าน ครัทช์โลว ไม่จบการแข่งขัน

สรุปอันดับบนตารางแชมเปียนชิพ ล่าสุด นาคากามิ รั้งอันดับ 8 มี 105 คะแนน ด้าน อเล็กซ์ มาร์เกซ รั้งอันดับ 14 มี 67 คะแนน ครัทช์โลว และ แบรเดิล อยู่ในอันดับ 19-20 มีคนละ 26 และ 16 คะแนน ขณะที่ ฮอนด้า รักษามาตรฐานที่ดีรั้งอันดับ 5 บนตารางแชมเปียนชิพประเภททีมผู้สร้าง มีทั้งสิ้น 130 แต้ม

ด้าน “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างผลงานสุดประทับใจแฟนชาวไทย พารถแข่งหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ทจากกริดที่ 26 ทะยานไล่แซงคู่แข่งอย่างดุเดือด ขยับขึ้นสูงสุดถึงอันดับ 17 ก่อนพลาดล้ม ไม่มีแต้มอย่างน่าเสียดาย

สำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี 2020 สนามถัดไป จะยังคงดวลความเร็วกันที่เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมืองบาเลนเซีย ในประเทศสเปนเช่นเคย ระหว่างวันที่ 13-15 พฤศจิกายนนี้ โดยจะใช้ชื่อรายการว่า บาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์

แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 สังกัดอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย หนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทู และนักบิดจากฮอนด้า ตลอดฤดูกาล 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth