เป็นเรื่องของดการนำยางคู่แข่งในตลาดมาประกบคู่กับยางใหม่ Michelin Pilot Sport 4 เพื่อให้ทราบถึงสมรรถนะของยางว่าเป็นอย่างไร เราใช้รถ Audi A6 เป็นพาหนะ โดยมีสถานีสลาลมเป็นด่านแรกในการทดสอบ และปิดท้ายด้วยการเบรกเพื่อหยุดในระยะทางที่ปลอดภัย ครั้งแรกกับยางคู่แข่งเราใส่กันแบบเต็มๆตามสามารถ ซึ่งเรารู้สึกได้ถึงอาการที่เกิดขึ้นกับตัวรถ มีอาการท้ายปัดให้เห็นอย่างชัดเจน รวมถึงการหยุดรถที่กินระยะทางพอสมควร หากแต่เมื่อมาขับในรถที่ใส่ยาง Michelin Pilot Sport 4 กลับเป็นความรู้สึกที่ตรงข้าม ด่านแรกทุกอย่างเป็นไปด้วยดี รถเกาะถนนอย่างมั่นคงโดยไม่มีอาการ และทำได้ดีกับการหยุดรถที่ปลอดภัยอีกด้วย เป็นการเปรียบเทียบที่ชัดเจน และให้ความรู้สึกถึงความแตกต่าง ระหว่างยาง Michelin Pilot Sport 4 กับยางคู่แข่งในตลาด
ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งทำความเร็วให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อน เข้ามาช่วยเครื่องยนต์ในการสร้างอัตราเร่งให้ดีขึ้น โดยสามารถสัมผัสการตอบสนองของอัตราเร่งในโหมดนี้ได้ชัดเจน มีสวิตช์ควบคุมเป็นปุ่ม Sport บริเวณคันเกียร์ เมื่อสั่งการสัญลักษณ์ SPORT สีเขียวจะปรากฏขึ้นบนแผงหน้าปัดทันที
ในด้านความปลอดภัย VOLVO XC 90 T8 TWIN ENGINE ถือว่าดำเนินไปตามสโลกแกน “ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่” อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในเวลานี้ก็ว่าได้ โดยมีชื่อเรียกว่า City Safety หรือระบบป้องกันการชนพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน ผู้ขับขี่จักรยานและสัตว์ขนาดใหญ่พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ City Safety and Auto Braking function ด้วยการแจ้งเตือนง่ายๆให้กับผู้ขับขี่และมีระบบเบรกคอยช่วยเหลือ หากใกล้จะชนและผู้ขับขี่เผลอเลอไม่สามารถบังคับควบคุมรถได้ ระบบก็จะเบรกให้รถหยุดโดยอัตโนมัติในทันที
และสิ่งที่ไม่ตกเทรนด์ซึ่งเป็นตัวช่วยการขับขี่อย่างระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Park Assist Pilot ซึ่งระบบจะช่วยในการถอยหลังและหมุนพวงมาลัยเอง ไม่ว่าจะเป็นซองขนานกับขอบถนน หรือ ถอยเข้าซองแถวเรียงหนึ่ง ผู้ขับขี่สามารถสังเกตุตรวจดูได้จากข้อมูลภาพกราฟฟิคตัวรถจากจอภาพที่คอนโซลกลาง
Power โหมดนี้เป็นการเลือกใช้พลังงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ประโยชน์ที่ได้จากการทำงานร่วมระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ คือ ให้แรงบิดที่ดีกว่าขณะเครื่องยนต์ทำงานรอบต่ำ
อีกหนึ่งระบบที่ช่วยการขับขี่ในพื้นที่ทุรกันดานกับโหมด Off-Road ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ Hill Start Assist ได้อย่างเหมาะเจาะ ระบบทั้งสองจะทำงานสัมพันธ์กันตลอดเวลาที่ใช้งาน ซึ่งช่วยออกตัวบนทางลาดชันหลังจากรถจอดนิ่ง และระบบ Hill Descent Control ใช้การกำลังของเครื่องยนต์มาช่วยลดแรงต้านในขณะขับรถลงทางชัน รวมถึงยังมีโหมดเกียร์ B เพราะถ้ารถกำลังขับเคลื่อนในโหมดไฟฟ้ากำลังของเครื่องยนต์ที่ถูกตัดการทำงานออกไปจะไม่มีแรงฉุด
Ford Focus Ecoboost ออกแบบห้องโดยสารให้ดูเรียบง่าย ติดตั้งวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงเพื่อความเงียบ กระจกไฟฟ้าทุกบานเป็นแบบอัตโนมัติ ภายในตกแต่งด้วยสี Piano Black ทั้งแผงข้างและเบาะนั่งหุ้มหนังแท้ ในส่วนเบาะหลังปรับพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระ
Honda Civic Turbo ติดตั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการควบคุมเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay
จุดเด่นของ Ford Focus Ecoboost อยู่ที่ระบบสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชั่นล่าสุด SYNC 3 พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth และ Wi-fi รองรับแอพพลิเคชั่น Apple Car Play และ Siri Eyes Free สำหรับไอโฟน รวมถึง แอนดรอยด์ ออโต้ เพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบเอนดรอยด์ แสดงผลการทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว
ระบบเพื่อความปลอดภัยของ Honda Civic Turbo นอกจากเบรกมือไฟฟ้า Electric Parking Brake ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ สำหรับรุ่น Turbo RS มีฟังค์ชั่น HONDA LANE WATCH ที่บันทึกจากกล้องขนาดจิ๋วบริเวณกระจกมองข้างด้านซ้ายทุกครั้งเมื่อยกก้านไฟเลี้ยวซ้าย รวมถึงแสดงภาพเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังเพื่อความปลอดภัยในการถอยจอด
Ford Focus Ecoboost จัดเต็มให้กับเทคโนโลยีในรูปแบบ Active Park Assist ได้แก่ ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะแบบ ถอยเข้าซอง และระบบช่วยจอดอัจฉริยะแบบเทียบข้าง ซึ่งผู้ขับขี่ไม่ต้องบังคับหรือควบคุมพวงมาลัย เพียงแค่กดสวิทช์ เข้าเกียร์และหยุดรถ ระบบจะทำการค้นหาช่องจอดให้อัตโนมัติพร้อมกับควบคุมพวงมาลัยเพื่อให้รถเข้าในพื้นที่จอดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงมีระบบช่วยเบรกในความเร็วต่ำ Active City Stop ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดแรงบิดของเครื่องยนต์และทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อชะลอการชนในกรณีที่รถเข้าใกล้รถคันหน้าเร็วเกินไป
สาเหตุหลักที่ทำไมถึงเป็น Ford ต้องบอกว่าทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้กับระบบเกียร์ Torque Converter 6จังหวะ ตอบสนองต่ออัตราเร่งได้อย่างห้าวหาญ พร้อมสนุกสนานไปกับเล่นเกียร์แบบแพดเดิลชิพท์ซึ่งติดตั้งมาเพื่อแก้ไขในส่วนของการรอรอบ ถ้าใช้งานโหมด Sport เมื่อไหร่ รอบเครื่องยนต์จะรอการกระแทกคันเร่งให้รถพุ่งทะยานไปได้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ตรงนี้ยังมีข้อติติงเนื่องจากเสียงเครื่องยนต์ยังคำรามและรอบเครื่องยนต์ค่อนข้างสูง หากมีระบบเกียร์แบบ 7 จังหวะ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมสัมผัสได้คงหายไปแน่นอน
ระบบช่วงล่างกลับไม่แมทช์กับความแรงเท่าที่ควร เพราะออกแบบมาเพื่อความนุ่มสบาย ทางแก้ของฟอร์ดจึงได้คิดค้นเทคโนโลยีที่มีชื่อว่าTorque Vectoring Control ทำงานโดยเบรคล้อด้านในอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง เพื่อลดอาการ Under Steer ที่มักเกิดขึ้นกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าทำหน้าที่ควบคู่ไปกับ Traction Control เสมือนนำมาอุดช่องโหว่ของระบบช่วงล่างที่ดูนุ่มนวลไปสักนิดเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะค่อนข้างสูง
จุดเด่นในด้านตัวช่วยเพื่อความสะดวกสบายในรูปแบบ Active Park Assist แต่ในข้อดีอาจกลายเป็นจุดด้อยเพราะต้องก้าวข้ามความกลัวและเชื่อมั่นในระบบอัตโนมัติหลากรูปแบบ ถ้าถามว่าระบบไหนใช้ประโยชน์ได้จริงจังคงเป็นในส่วนของ Active City Stop หรือระบบช่วยเบรกในความเร็วต่ำ ระบบนี้จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี เพราะหากเผลอ เหม่อลอย ในขณะขับขี่ในการจราจรที่พลุกพล่าน
ทิ้งท้ายในส่วนนี้ไว้เพื่อช่วยตัดสินใจ สิ่งที่ผมไม่ฟันธงว่าคันไหนมาเป็นเบอร์หนึ่ง เพราะทั้ง New Ford Focus 1.5L Ecoboost Turbo Sport และ ALL NEW HONDA CIVIC 1.5 Vtec Turbo ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สมศักดิ์ศรี ทีนี้ขอให้การตัดสินใจทั้งหมดไปอยู่ที่ผู้อ่านซึ่งกำลังตัดสินใจเลือกซื้อตามสไตล์ความชอบของตัวเอง
อุปกรณ์มาตรฐานซึ่งขาดไม่ได้จนต้องพูดถึง คือ ระบบไฟหน้าแบบ Multi Beam LED ซึ่งติดตั้งหลอดไฟมากถึง 84 ดวง ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์สั่งการ รวมถึงระบบ Active Light System เพื่อปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย และ Cornering Light เพิ่มการส่องสว่างขณะเข้าโค้ง
ระบบช่วงล่าง Agility Control Suspension แบบโช๊คอัพสปริงปรับความหนืดได้ในตัว และทำตัวรถเตี้ยลงมา 15 มม. มาพร้อมกับ 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco Comfort Sport Sport Plus และ Manual
การเดินทางทดลองขับ The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic ทาง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดเส้นทางทดสอบโดยมีจุดเริ่มต้นจากโรงแรมสุโขทัย ย่านถนนสาทร โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Atta Resort Khao Yai จ.นครราชสีมา ระยะทางไปกลับร่วม 600 กม. ตามสภาพเส้นทางที่สะท้อนการใช้งานจริงได้อย่างสมบูรณ์
รูปลักษณ์ของ The New Mercedes-Benz E 220 D AMG Dynamic อาจจะให้อารมณ์แตกต่างไปจากรุ่นก่อนที่คงไว้ในรูปแบบของไฟหน้าคู่ แต่มารุ่นที่ 10 ดีไซน์ได้เปลี่ยนไปในรูปแบบคล้ายคลึงกับ ซี คลาสส์ ซึ่งหากดูผิวเผินอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ
อัตลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้มีส่วนช่วยเติมเต็มจากเทคโนโลยีไฟหน้าอัจฉริยะแบบ Multi Beam LED อัดแน่นไปด้วยหลอดไฟแอลอีดีถึง 84 หลอด เมื่อทำงานร่วมกับระบบ Active Light System และ ระบบ Cornering Light ซึ่งรับคำสั่งและประมวลผลจากคอมพิวเตอร์โดยใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งจากด้านหน้าตัวรถ อย่างเช่นในกรณีที่เปิดไฟสูงแล้วมีรถสวนมา ระบบจะตัดการทำงานของไฟบางดวงเพื่อตัดลำแสงที่จะส่องไปยังรถเลนสวน โดยไม่สร้างความบรำคาญหรือบดบังทัศน์วิสัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน
We use cookies on our website to give you the most relevant experience by remembering your preferences and repeat visits. By clicking “Accept”, you consent to the use of ALL the cookies.
This website uses cookies to improve your experience while you navigate through the website. Out of these, the cookies that are categorized as necessary are stored on your browser as they are essential for the working of basic functionalities of the website. We also use third-party cookies that help us analyze and understand how you use this website. These cookies will be stored in your browser only with your consent. You also have the option to opt-out of these cookies. But opting out of some of these cookies may affect your browsing experience.
Necessary cookies are absolutely essential for the website to function properly. These cookies ensure basic functionalities and security features of the website, anonymously.
Cookie
Duration
Description
cookielawinfo-checbox-analytics
11 months
This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Analytics".
cookielawinfo-checbox-functional
11 months
The cookie is set by GDPR cookie consent to record the user consent for the cookies in the category "Functional".
cookielawinfo-checbox-others
11 months
This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Other.
cookielawinfo-checkbox-necessary
11 months
This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookies is used to store the user consent for the cookies in the category "Necessary".
cookielawinfo-checkbox-performance
11 months
This cookie is set by GDPR Cookie Consent plugin. The cookie is used to store the user consent for the cookies in the category "Performance".
viewed_cookie_policy
11 months
The cookie is set by the GDPR Cookie Consent plugin and is used to store whether or not user has consented to the use of cookies. It does not store any personal data.
Functional cookies help to perform certain functionalities like sharing the content of the website on social media platforms, collect feedbacks, and other third-party features.
Performance cookies are used to understand and analyze the key performance indexes of the website which helps in delivering a better user experience for the visitors.
Analytical cookies are used to understand how visitors interact with the website. These cookies help provide information on metrics the number of visitors, bounce rate, traffic source, etc.
Advertisement cookies are used to provide visitors with relevant ads and marketing campaigns. These cookies track visitors across websites and collect information to provide customized ads.