Home Blog Page 570

กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย เปิดตัว “อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” ยางรถสปอร์ตระดับพรีเมียม มั่นใจด้วยระยะเบรกสั้นกว่า 2.6 เมตร

0
HiRes

กู๊ดเยียร์ เปิดตัวยาง “อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” คุณภาพระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งยางสำหรับรถสปอร์ตระดับหรูนี้ มาพร้อมประสิทธิภาพที่โดดเด่นด้านการลดระยะเบรกลงได้ทั้งบนถนนที่แห้งและเปียก รวมถึงเสริมการยึดเกาะถนน เพิ่มสมรรถนะในการควบคุมและการตอบสนอง เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดการเดินทาง ด้วยคุณสมบัติของยางรุ่นอีเกิ้ลเอฟวัน ที่ผ่านการทดสอบและการรับรองจากผู้ผลิตรถยนต์ รวมทั้งจากัวร์ เอ็กซ์เอฟ ซึ่งให้สมรรถนะการเบรกที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเสถียรภาพในการบังคับและควบคุมรถในทุกสภาพถนน

มร. ฟินบาร์ โอคอนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน กู๊ดเยียร์เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ด้วยความมุ่งมั่นผลิตและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะสูงให้กับกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการต่าง ๆ ของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีด้านการยึดเกาะถนนและการพัฒนาประสิทธิภาพการเบรกที่ดียิ่งขึ้นนี้เอง จึงสามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ของแบรนด์กู๊ดเยียร์ ในการสร้างความปลอดภัยและอบอุ่นใจ ไปตลอดเส้นทางบนถนนได้อย่างดีเยี่ยม”

ในขณะที่ตลาดรถสปอร์ตระดับพรีเมียมเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีจะเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 6 จากปี 2557 ถึง 2563 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับแรงผลักดันจากการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศจีน (ร้อยละ 5.9%) ออสเตรเลีย (ร้อยละ 5.7) และประเทศในกลุ่มอาเซียน (ร้อยละ 9)

ทั้งนี้ “ยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3” อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย Grip Booster Technology (เทคโนโลยีเสริมการยึดเกาะถนน) ประกอบด้วยยางเรซินเสริมความหนา ช่วยในการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น Active Braking Technology (เทคโนโลยีเพิ่มสมรรถนะในการเบรก) ลดระยะการเบรกเพราะยางออกแบบให้สามารถขยายตัวเมื่อสัมผัสกับพื้นถนน ทำให้เกิดการยึดเกาะมากขึ้น ทำให้ได้ระยะเบรกที่สั้นลง Reinforced Construction Technology (เทคโนโลยีเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมทิศทาง) ทำให้โครงสร้างของยางมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งทนทานมากยิ่งขึ้น และเสริมสมรรถนะในการควบคุมและบังคับรถ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ เสริมสมรรถนะในการเลี้ยว ต้านทานการสึกหรอของยาง และช่วยประหยัดน้ำมัน

อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ได้รับการทดสอบและยืนยันจากสถาบัน DEKRA6 ว่าเป็นยางที่มีสมรรถนะดีเยี่ยมและทนทานต่อการสึกหรอของยาง เมื่อเปรียบเทียบกับยางในระดับเดียวกันของแบรนด์คู่แข่งชั้นนำอื่น ๆ ในตลาด ผลการทดสอบพบว่ายาง อีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 ของ กู๊ดเยียร์ สามารถวิ่งในระยะทางเพิ่มขึ้นถึง 11,500 กม. เทียบกับ 3 แบรนด์คู่แข่ง

นอกจากนี้ การทดสอบ TÜV SÜD Benchmark Test ของ กู๊ดเยียร์ ได้แสดงให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของ 3 แบรนด์คู่แข่งชั้นนำ มีระยะเบรกที่สั้นกว่า 2.6 เมตร (สมรรถนะสูงขึ้นถึงร้อยละ 9) บนถนนเปียก และระยะเบรกที่สั้นกว่า 1.3 เมตร (สมรรถนะสูงขึ้นถึงร้อยละ 4) บนถนนแห้ง ส่วนการควบคุมและบังคับรถดีขึ้นถึงร้อยละ 4 จากผลการทดสอบนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าอัตราแรงต้านทานการหมุนของล้อดีขึ้นถึงร้อยละ 10.9 ส่งผลให้แรงต้านทานการหมุนของล้อนั้นดีเยี่ยมเป็นอันดับสองของยางจากแบรนด์ที่ได้รับการทดสอบทั้งหมด

ยางอีเกิ้ลเอฟวัน แอสซิมเมทริค 3 มีด้วยกันถึง 32 ขนาด ตั้งแต่ขนาดความกว้างระหว่าง 17 – 20 นิ้ว และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกู๊ดเยียร์ ประเทศไทยหรือผลิตภัณฑ์และบริการ เข้าชมได้ที่ www.goodyear.co.th

“Isuzu Race Spirit 2016” งานแข่งรถยนต์ในรูปแบบควอเตอร์ไมล์เพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุดีแมคซ์” ที่แรงและเร็วที่สุดแห่งปี

0

บริษัท ตรีเพชรอีซูซูเซลส์ จำกัด จัดกิจกรรมมันทะลุไมล์สุดเร้าใจ “Isuzu Race Spirit 2016” รอบชิงชนะเลิศ นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากรอบคัดเลือกทั้ง 4 สนาม ท้าประลองความเร็วของปิกอัพดีเซล “อีซูซุดีแมคซ์” คันเก่งในการแข่งรถยนต์ทางเรียบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ รวมถึงกิจกรรมสุดจี๊ดอีกมากมาย สำหรับผู้รักความแรงตัวจริง ณ สนามบางกอกแดรก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความโดดเด่นของรถปิกอัพอีซูซุ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ ช่วงล่าง และความแรง ทำให้รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ได้รับการยอมรับจากนักแข่งในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นรถแข่งคู่ใจของนักแข่งรถชั้นแนวหน้าที่ได้รับรางวัลมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในรายการสำคัญทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบของประเทศไทย “Isuzu One Make Race” และการแข่งขันรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบครอสคันทรีแรลลี่อันแสนหฤโหด ระดับนานาชาติ “Asia Cross Country Rally”

คุณวิชัย กล่าวเสริม “สำหรับกิจกรรม “Isuzu Race Spirit” ในครั้งนี้ ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมา ไม่เพียงได้เห็นการพัฒนาศักยภาพของนักแข่งที่ทำเวลาในการแข่งขันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด แต่ยังได้สะท้อนความเป็นรถปิกอัพที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายในเรื่องความเร็ว และความแรงได้เป็นอย่างดี โดยการแข่งขันในปีนี้ ยังคงได้รับการตอบรับจากผู้รักเรซซิ่งตัวจริง โดยมีผู้ร่วมเข้าชมล้นสนามกว่า 8,000 คน”

การแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2016 ได้จัดแข่งขันรอบคัดเลือกรวม 4 สนาม เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วในรอบชิงชนะเลิศ รวม 5 รุ่น ได้แก่ All-New Isuzu Turbo 44mm, All-New Isuzu F55 Pro, All-New Isuzu Pro Modify, All-New Isuzu Open Unlimited และ Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power โดยมีเงินรางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ อีซูซุยังได้รวบรวมกิจกรรมความแรงหลากหลายให้ผู้ใช้รถ “อีซูซุดีแมคซ์” ขาซิ่งที่รักในกีฬาความเร็ว และชื่นชอบการแต่งรถ ได้สัมผัสกับรถแข่งอีซูซุสุดแรงจากสนามแข่งจริง โดยนำ ISUZU Safety Car 1.9 Ddi Blue Power สำหรับนำขบวนในสนามแข่งขัน และรถแข่งอีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ตัวจริงจากสนามแข่งขัน “Isuzu One Make Race” อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ วี-ครอส 4×4 ที่คว้า 6 รางวัล ในรายการ “Asia Cross Country Rally 2016” และรถแต่งจากสำนักแต่งชื่อดัง ECU Shop

พร้อมรวบรวมสีสันแห่งความมัน อาทิ โชว์ Drift รถอีซูซุจากนักแข่งรถชื่อดัง ดีกรีแชมป์หลายรายการ โดยคุณณัฐพล อังฤทธานนท์ แชมป์ NITTO 3K KUMHO RACING CAR THAILAND และแชมป์ NITTO 3K KUMHO ISUZU FULL RACE สนุกสุดขั้วกับปาร์ตี้ EDM สุดมัน จาก “DJ Lemon Gee” ที่จะมาสร้างความบันเทิงเต็มรูปแบบ โชว์สุดเซ็กซี่จาก “One 9 Stand” เน็ทไอดอลสาวสุดเซ็กซี่ชื่อดังของเมืองไทย ร้อนแรงกับโคโยตี้โชว์ โดยทีม “เอวเด้ง” และพลาดไม่ได้กับบูธผลิตภัณฑ์คุณภาพชั้นนำที่มาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่งจัดเต็มเพื่อแฟนอีซูซุโดยเฉพาะ”

สรุปผลการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งของ “อีซูซุดีแมคซ์” ทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้

All-New Isuzu Turbo 44mm
รางวัลชนะเลิศ โอ๊ต ฐาปกรณ์ ทีม โอ๊ตอู่ช่างขวัญ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประภัทรพล เกตุแก้ว ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 มนศักดิ์ ธาระขวัญ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

All-New Isuzu F55 Pro
รางวัลชนะเลิศ เป็นเอก เพ็งวัน ทีม อู่มินนี่ เบิร์ดชิวชิว&เก๋เซอร์วิส
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ฐาปกรณ์ เข็มกลัด ทีม โอ๊ต อู่ช่างขวัญ นิสิตการช่าง
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบ มนตรี

All-New Isuzu Pro Modify
รางวัลชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบ มนตรี
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ธนกร ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

Isuzu D-Max 1.9 Ddi Blue Power
รางวัลชนะเลิศ  หมูหยอง ทีม เบิร์ดเหม่ง ช่างเปิ้ล Prospeed
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เบิร์ดเหม่ง ทีม เบิร์ดเหม่ง ช่างเปิ้ล Prospeed
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีจันทร์ ทีม หนุ่ย-เป๋อ สุพรรณ

All-New Isuzu Open Unlimited
รางวัลชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีจันทร์ เวลา 8.185 วินาที
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ เวลา 8.227 วินาที
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ช่างเบิร์ด หลัก 5 เวลา 8.260 วินาที

โดยรางวัลรอบชิงชนะเลิศในแต่ละรุ่น มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ
รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (12 กุมภาพันธ์ 2560)

0

คลิปรายการ Auto World TV

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

REV SPEED DRAG PARTY 2017 ‘แดร็กพันธุ์แท้ ต้องแบทเทิล’

0

11-12 มีนาคม 2560 ร่วมเปิดประสบการณ์สุดเร้าใจ กับงานแข่งรถทางตรง 402 เมตร ตามคอนเซปต์ ‘แดร็กพันธุ์แท้ต้องแบทเทิล’ กับรายการ REV SPEED Drag Party 2017 ณ. สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี

ในงานพบความเร้าใจร่วมพัฒนาฝีมือการปรับแต่งของช่างไทยให้เป็นที่ประจักต์แก่สายตาชาวโลก ยกระดับวงการแดร็กไทยอย่างแท้จริง พร้อมรุ่นที่ครอบคลุมตัวแรงทุกระดับ ตั้งแต่รถที่สามารถขับใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสตรีทยูสทั้งดีเซลและเบนซิน, รถที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับการแข่งแดร็กเรซซิ่งทั้งรูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน ระยะควอเตอร์ไมล์ 402 เมตร เช่น รถเฟรม, แดร็กเตอร์หน้ายาว

พร้อมสนุกกับชาว 2 ล้อในรุ่นซูเปอร์ไบด์ และเพิ่มดีกรีความเร้าใจแบบอันลิมิต ด้วยการแข่งรูปแบบเเบทเทิล จับคู่วิ่งซิ่งชิงแชมป์ คนกับรถต้องรวมเป็นหนึ่ง เพื่อค้นหาสุดยอดรถแข่งแดร็กเรซซิ่งอย่างแท้จริง

สนใจรับสมัครถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 และแข่งจริง 11-12 มีนาคม 2560 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 099-094-6419, 087-958-5544 และ https://www.facebook.com/REVSPEEDRACING

ขับ “อีซูซุดีแมคซ์ V-cross Max 4×4” ไปทริปย้อนวันวานที่จ.กาญจนบุรี

0

กลุ่มตรีเพชรจัดงาน “อีซูซุดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์ เพรสทริป” (Isuzu D-Max Blue Power Press Trip) ฉลองเปิดศักราชใหม่ นำคาราวานสื่อมวลชนพร้อม “อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4×4” มุ่งหน้าสู่เมืองประวัติศาสตร์ “กาญจนบุรี” ซึ่งอบอวบไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน นุ่งโจงห่มสไบ สวมใส่เสื้อราชปะแตน ณ “เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ พร้อมเพลิดเพลินไปกับที่พักสุดชิค “ครอสทู ริเวอร์แคว รีสอร์ท” (X2 River Kwai Resort) ริมแม้น้ำแควน้อย

หลังจากสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการรถปิกอัพเมืองไทยด้วย “นวัตกรรมเปลี่ยนโลก” จนทำให้ยอดขายรถในตระกูล “บลูเพาเวอร์” แรงไม่หยุดจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดอีซูซุยังเอาใจขาลุย ด้วยการส่ง “อีซูซุ ดีแมคซ์ V-Cross Max 4×4” สปอร์ตออฟโรด ที่พลิกโฉมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งออกสู่ตลาดไปเมื่อปลายปีที่แล้ว จนเป็นที่มาของการเดินทางในทริปนี้

ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมทริพรวมพล ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยมี “อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4×4” จำนวน 9 คัน จอดเด่นอยู่ด้านหน้า เพื่อใช้สำหรับเป็นพาหนะ บนเส้นทางกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี ซึ่งเป็นการสัมผัสสมรรถนะลุยของขุมพลัง เครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขนาด 3,000 ซีซี 177 แรงม้า พร้อมกับชุดเกียร์ที่ส่งพลังได้เต็มประสิทธิภาพ

ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ คณะสื่อมวลชนก็มาถึง “เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔” ซึ่งตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 32 กิโลเมตร ภายในเนื้อที่กว่า 60 ไร่ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ที่จะนำพาทุกคนย้อนกลับไปยังช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5

“เมืองมัลลิกา ร.ศ.๑๒๔” มีการจำลองความเป็นอยู่ของชาวสยามในอดีต ผู้เข้าร่วมทริพทุกท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน รวมทั้งบ้านเรือน ตลาด ร้านค้า และอาหารไทยรสเลิศบนหมู่เรือนไทยที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง

นอกจากนี้เสียงเจรจาเจื้อยแจ้ว “เจ้าคะ” “เจ้าค่ะ” “ขอรับ” จากบรรดาแม่ค้าพ่อขายหลากรุ่น ในชุดแต่งกายแบบโบราณเชื้อเชิญให้ลองชิมขนมและผลไม้ไปตลอดทาง หลังจากอิ่มท้องใครที่อยากเก็บภาพประทับใจก็สามารถไปเช่าชุดไทย มีทั้งชุดโจงกระเบนห่มสไบหรือเสื้อลูกไม้ ชุดราชปะแตน ชุดกุยเฮง ฯลฯ มาแต่งเดินเที่ยวถ่ายรูป จับจ่ายซื้อของในย่านการค้า แวะชิมขนมไทยสูตรชาววังขนานแท้

การเลือกซื้อสิ่งของ หรือแม้กระทั่ง อาหารคาว หวาน ต้องแลกเหรียญสตางค์มีรูตรงกลางเพื่อเอาไว้จับจ่ายใช้สอย เรียกว่าลงลึกไปถึงรายละเอียดทุกจุด ซึ่งทำให้เมืองมัลลิกาแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชนที่เหมือนมีชีวิตจริงๆ เพื่อถ่ายทอดวิถีชีวิตและภูมิปัญญญาของชาวไทยสมัยโบราณ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริงในสมัยก่อน รวมทั้งส่งต่อความทรงจำอันงดงามในอดีตที่เกือบจะเลือนหายสู่คนรุ่นหลัง

จากนั้นขบวนคาราวานได้ออกเดินทางต่อไปยัง “ครอสทู ริเวอร์แคว รีสอร์ท” ที่พักสุดชิค สไตล์กิ๊บเก๋ไม่เหมือนใคร ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำแคว หนึ่งในสถานที่ “ห้ามพลาด” ของจังหวัดกาญจนบุรี

ถึงเวลาพักผ่อนสุดชิว ชมทัศนียภาพของแม่น้ำแควน้อยได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง “ครอสทู ริเวอร์แคว รีสอร์ท” ที่พักแห่งนี้ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียล เน้นการผสมผสานระหว่างงานไม้กับงานเหล็ก อีกทั้งมีความเป็นส่วนตัวสูง ห่างจากตัวเมืองเพียง 15 กิโลเมตร ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางรถไฟสายมรณะ สุสานสัมพันธมิตร หรืออื่นๆ ที่ชวนให้ย้อนรำลึกถึงประวัติศาสตร์ยุคสงครามโลก

ปิดท้ายกับมื้อเย็นสุดพิเศษด้วยอาหารรสเลิศจาก The Bridge Bar & Bistro ก่อนจะแยกย้ายพักผ่อนในห้องพักริมน้ำที่มีสายลมโชยสดชื่นตลอดทั้งคืน

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ “อีซูซุ” จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่โดนใจไปกับไลฟ์สไตล์ของชีวิตอิสระและไร้ขีดจำกัดได้เป็นอย่างดี

“BMW Motorrad Days 2017” เทศกาลของคนรักบิ๊กไบค์แบบไม่จำกัดค่าย พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

0

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย จัดกิจกรรม BMW Motorrad Days 2017 งานเทศกาลของคนรักบิ๊กไบค์แห่งปี พร้อมเชิญชวนแฟนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไม่จำกัดค่ายร่วมสังสรรค์และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ในวันที่ 4 – 5 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 – 24.00 น. ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ โดยไม่เสียค่าผ่านประตูใดๆ ทั้งสิ้น

ภายในงาน พบกับการเปิดตัวของรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สตั้นท์ โชว์ ครั้งแรกในไทยจาก BigJim นักขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผนชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงระดับโลก คอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินชั้นนำที่ยกขบวนมาสร้างสีสัน ได้แก่ วงนูโว วงฟลัวร์ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ และวิน สควีซแอนนิมอล เพลิดเพลินกับร้านค้าและกิจกรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การบริการตรวจเช็ครถมอเตอร์ไซค์บีเอ็ม ดับเบิลยูเบื้องต้น และพิเศษกับคอลเลคชั่นของสะสม BMW Motorrad Days จำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/BMWMotorradTH หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมที่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 1-800-269-269

สมาคมรถโบราณฯ จัด “คาราวานชานกรุง” ส่งเสริมการท่องเที่ยวย้อนยุค

0

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดงาน “คาราวานชานกรุง” รวมสมาชิกขับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน อวดความงามและความเก๋า ชมสถานที่น่าสนใจในเขตทวีวัฒนา อาทิ หอศิลป์พุทธะ หมู่บ้านโขน ณ เดอะศาลายา เมืองมายา หอภาพยนตร์แห่งชาติ และสวนมุทิตาธรรมาราม

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานเขตทวีวัฒนา และสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดงาน “คาราวานชานกรุง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตทวีวัฒนา และบริเวณใกล้เคียง ผ่านความสวยงามของขบวนรถโบราณและรถคลาสสิคที่พร้อมใจอวดโฉมให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดกว่า 50 คันตลอดการเดินทาง”

ขบวนคาราวานเริ่มต้นจาก โรงพยาบาลธนบุรี 2 มุ่งหน้าสู่ ถนนอุทยาน สำนักงานเขตทวีวัฒนา ซึ่งเป็นจุดทำพิธีปล่อยขบวนรถโบราณอย่างเป็นทางการ จากนั้น เดินทางไปที่ หอศิลป์พุทธะ ชมนิทรรศการพุทธประวัติ ซึ่งจัดแสดงภาพจิตรกรรมสมัยใหม่ในแบบ Digital Art Printing ช่วยผ่อนคลายความสับสนจากสังคมเมือง

ต่อด้วยการเคลื่อนขบวนไป เดอะศาลายา คอมมูนิตี้มอลล์ ที่ครบครันทันสมัย แต่ยังคงร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนะธรรมไทยด้วยการจัดตั้ง หมู่บ้านโขน และยังมี พิพิธภัณฑ์พระบรมสารีริกธาตุ ในบริเวณเดียวกันด้วย

ช่วงบ่ายคาราวานรถโบราณชานกรุง ออกเดินทางไป ชมเมืองมายา ณ หอภาพยนตร์แห่งชาติ เป็นเมืองจำลองสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในรูปแบบฉากถ่ายหนังที่อลังการ เช่น ร้านกาแฟกรองด์คาเฟ่ สถานที่ฉายหนังครั้งแรกของโลกที่ประเทศฝรั่งเศส พร้อมมุมถ่ายภาพย้อนยุคมากมาย


หลังจากนั้น สมาชิกสมาคมรถโบราณฯ ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม มอบทุนการศึกษาและของจำเป็น ที่โรงเรียนคลองบางกระทึก ก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้ายชมความงามของธรรมชาติที่แฝงไว้ด้วยศิลปะที่ หอศิลป์ธรรมะ สวนมุทิตาธรรมาราม พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่เจ้าของรถโบราณที่ร่วมกิจกรรม

นายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สมาคมฯ ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตทวีวัฒนา และหวังว่าจะได้ร่วมกิจกรรมในปีต่อๆไป”

ประชาชนทั่วไปที่พลาดชมกิจกรรมครั้งนี้ สามารถติดตามความงดงามของรถโบราณได้ที่ http://www.vintagecarclub.or.th

ทดลองขับ “ฮอนด้า ซิตี้ 2017” ระยะทาง 350 กม. ซีดานซับคอมแพคตกแต่งใหม่ เพื่อความเป็นที่สุดในทุกด้าน

0

เริ่มต้นปีไก่ได้ไม่นาน วงการรถยนต์ก็ร้อนระอุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหลากค่ายรถนำโปรดักส์ใหม่ป้อนสู่ตลาดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค เช่นเดียวกับ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเผยโฉม “ฮอนด้า ซิตี้ 2017” ที่ตกแต่งให้หรูหรายิ่งขึ้นแต่จำหน่ายในราคาเท่าเดิม พร้อมกับเชิญชวนสื่อมวลชนเข้าร่วมสัมผัสกับยนตรกรรมซับคอมแพครุ่นธง โดยใช้เส้นทางกรุงเทพ-ราชบุรี ระยะทางไป-กลับ รวม 350 กม.

การเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุด รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ ของ “ฮอนด้า ซิตี้ 2017” จะมีอะไรที่น่าสนใจ และให้ความคุ้มค่า คุ้มราคา มากหรือน้อยเพียงใด ติดตามได้จากรายงาน

ฮอนด้า ซิตี้ 2017 กลับสู่ตลาดในเซกเมนต์ของรถยนต์ซีดานซับคอมแพคอีกครั้งด้วยขนาดมิติตัวรถเท่ากับรุ่นเดิมแต่ได้รับการปรับแต่งรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอก โดยให้หรูหรา และโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต

การตกแต่งเพิ่มเติมจนสะดุดตาคือระบบไฟหน้า LED แบบใหม่ และเป็นครั้งแรกของยนตรกรรมซับคอมแพคท์ที่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ประกอบไปด้วยหลอดไฟเรียงตัวเป็นแนวยาว สะท้อนแสงด้วย Reflector Lens

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ยังรวมไปถึงกระจังหน้าแบบโครเมียม ดูผ่านๆจะคล้ายคลึงกับ ฮอนด้า ซีวิค ซึ่งส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมกับดีไซน์กันชนหน้า-หลัง ใหม่ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำหรับรถรุ่นนี้

นอกจากนี้ ล้ออัลลอยลายสปอร์ต เป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับการออกแบบใหม่ ในรุ่น V และ V+ ใช้ขนาด 15 นิ้ว ส่วนรุ่น SV และ SV+ จะใช้ขนาด 16 นิ้ว

ภายในเป็นอีกหนึ่งการปรับปรุง โดยเพิ่มความหรูหราแต่ยังคงความสปอร์ต พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ตกแต่งแผงคอนโซลด้วยสีกันเมทัลลิก (Gun Metallic) พร้อมเบาะนั่งลวดลายล่าสุด

การปรับแต่งยังรวมไปถึงบริเวณช่องแอร์ คันเกียร์ และรอบมาตรวัด แต่งด้วยวงแหวนสีเงิน สำหรับมาตรวัดเรืองแสงแบบ 3 วง ออกแบบให้ดูมีมิติยิ่งขึ้น พร้อมไฟเรืองแสงสีขาวขณะสตาร์ทรถ

บริเวณแผงแดชบอร์ดมีระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ใกล้กันจะมีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ และระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

พวงมาลัยติดตั้งระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิฟท์ 7 จังหวะ พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่มากับปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ซึ่งติดตั้งในรุ่น SV และ SV+ เท่านั้น

ออฟชั่นบางรายการที่ต่างจากรุ่นก่อนคือ ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED รวมถึงติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อการควบคุมอัจฉริยะ อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสที่รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Andriod และ iOS ขับกล่อมเสียงเพลงผ่านลำโพงมากถึง 8 จุด

ฮอนด้า ซิตี้ 2017 ใช้ขุมพลังรุ่นเดิมในรูปแบบของเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีทั้งแบบเกียรธรรมดา 5 จังหวะและ เกียร์อัตโนมัติ CVT พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบ “Ecological-Drive Assist System” หรือ “E-CON System” ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

สิ่งที่ผู้ผลิตไม่ได้มองข้ามคือการจัดเต็มด้านมาตรฐานความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Active Safety) และปกป้องเมื่อเกิดเหตุ (Passive Safety) โดยนำ เทคโนโลยี G-CON ซึ่งเป็นผลมาจากการวิจัยและศึกษาในเรื่องสภาพการชนที่เกิดขึ้นจากการใช้งานจริง ช่วยลดอาการบาดเจ็บด้วยการควบคุมแรงกระแทกที่เกิดจากการชน ทั้งยังช่วยปกป้องความเสียหายให้กับตัวรถ

ความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับการติดตั้งถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ และม่านถุงลมด้านข้าง ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เตรียม ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นท๊อฟ (SV+) ไว้ให้สื่อมวลชนทดลอง โดยมีจุดปล่อยรถที่ บริษัท เอที ฮอนด้า ออโตโมบิล (เอกชัย-บางบอน) จำกัด ใช้เส้นทางปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ต่อไปยังจ.ราชบุรี และมีจุดหมายปลายอยู่ที่ เดอะซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม ในอ.สวนผึ้ง ระยะทางรวมทั้งสิ้น 350 กม.โดยประมาณ

เริ่มต้นในฐานะผู้ขับขี่ การจราจรช่วงไพรม์ไทม์ คงไม่ต้องอธิบายถึงความพลุกพล่านของผู้ใช้รถใช้ถนน ด้วยความที่เป็นรถในกลุ่มซับคอมแพค ซึ่งให้ความคล่องตัวสูง จึงเหมาะสมกับการเป็นซิตี้คาร์ได้อย่างลงตัว แม้ว่าพวงมาลัยจะเบาและมีช่วงฟรีบ้างเล็กน้อย ซึ่งค่อนข้างเหมาะสมกับคุณผู้หญิง เพราะการหมุนพวงมาลัยไม่ต้องใช้แรงเยอะ ถ้าถามถึงความแม่นยำในการควบคุมอาจจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง แต่ประเด็นนี้ใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยได้ไม่นานนัก

ไฮไลท์สำหรับการใช้งานในเมืองกับโหมดประหยัดน้ำมัน (Econ Mode) ถือเป็นฟังค์ชั่นที่เหมาะสม อัตราสิ้นเปลืองโดยค่ายผู้ผลิตเคลมไว้อยู่ที่ 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความประหยัด ซึ่งเป็นจริงและอัตราสิ้นเปลืองก็ใกล้เคียงกับตัวเลขที่แจ้งไว้

หากต้องการเรียกสมรรถนะ ฮอนด้า ซิตี้ SV+ ที่ใช้ในการทดสอบได้รับการติดตั้งระบบแพดเดิลชิฟท์ สามารถเพิ่มหรือลดตำแหน่งเกียร์ได้ตามต้องการ ทั้งนี้ทางวิศวกรจากฮอนด้าอาจเล็งเห็นในด้านของความประหยัด เพราะเมื่อคันเกียร์อยู่ที่ตำแหน่ง D แพดเดิลชิฟท์จะไม่ทำหน้าที่ในรูปแบบสปอร์ต หลายคนที่เป็นแฟนฮอนด้าจะรู้ดีถึงเรื่องนี้ พูดง่ายๆคือ แพดเดิลชิฟท์จะทำงานแทนโอเวอร์ไดรฟ์ แต่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเพราะสามารถเพิ่มหรือลดเกียร์ได้ แทนที่จะต้องควบคุมตำแหน่งเกียร์ด้วยตัวเอง ระบบจะตัดการทำงานมาเป็นเกียร์อัตโนมัติทันที

ในกรณีที่อยากได้สมรรถนะเต็มเปี่ยม ต้องเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง S เท่านั้น รอบความเร็วจะถูกสั่งการโดยกล่องควบคุมอิเลคทรอนิคส์ และระบบแพดเดิลชิฟท์ก็จะทำงานเต็มประสิทธิภาพ เลือกเพิ่มหรือลดตำแหน่งได้ในรูปแบบเกียร์ธรรมดา โดยที่ระบบจะไม่ตัดการทำงานกลับไปเป็นเกียร์อัตโนมัติ ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างสนุกและเร้าใจยิ่งขึ้น

ระบบช่วงล่างออกแบบมาค่อนข้างเหมาะสมสำหรับการใช้งานในเมือง แต่การใช้งานนอกเมืองหากต้องใช้ความเร็วสูงอาจจะนุ่มไปสักนิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนการยึดเกาะถนนลงไปแต่อย่างใด ทั้งนี้ระบบช่วยเหลือต่างๆ อาทิ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เป็นตัวช่วยที่ทีมวิศวกรออกแบบตั้งใจให้ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างได้ค่อนข้างลงตัว

หมดหน้าที่ผู้ขับขี่ถึงเวลาของการสำรวจภายในกับสถานะผู้โดยสาร แม้ว่าเป็นรถซีดานซับคอมแพค แต่ความกว้างขวาง และโอ่โถงของห้องโดยสารไม่ตกเป็นรองคู่แข่ง สิ่งที่สัมผัสได้คือความเงียบยิ่งในย่านความเร็วต่ำ เสียงที่เร็ดลอดเข้าห้องโดยสารแทบจะไม่ได้ยิน แต่หากใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. อาจมีเสียงเครื่องยนต์เร็ดรอดเข้ามาบ้างเล็กน้อย วิธีแก้ไขไม่ยาก จัดการหยิบสมาร์ทโฟนมาเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเสียง พร้อมเลือกบทเพลงเสนาะหูโดยใช้ฟังค์ชั่น Bluetooth ถ่ายโอนข้อมูลเพลงส่งเสียงผ่านลำโพงทั้ง 8

ช่วงสุดท้ายของการทดสอบเป็นการป้วนเปี้ยนกับ “เบาะนั่ง” อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สื่อมวลชนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านั่งสบายและหลับสบายด้วยเช่นกัน การทดลองนั่งครั้งนี้ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยในส่วนของผู้โดยสาร เพราะนอกจากเรื่องความปลอดภัยยังช่วยให้ร่างกายไม่เคลื่อนตัวตามแรงเหวี่ยง แล้วผมก็หลับลึกโดยมีเสียงเพลงไพเราะขับกล่อมจาก อ.สวนผึ้งมาจนถึงโชว์รูมเอที ฮอนด้า ออโตโมบิล โดยสวัสดิภาพพร้อมกับการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม

บทสรุปการทดลองขับ ฮอนด้า ซิตี้ 2017

รูปลักษณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนจากมุมมองด้านหน้ารถ ทั้งโคมไฟ หน้ากระจัง และกันชนหน้า-หลัง ที่เหลืออาจชินตามาจากรุ่นก่อน ภายในที่แปลกตาคือการตกแต่งคอนโซลและชุดแดชบอร์ด สมรรถนะเครื่องยนต์ไม่หนีไปจากรุ่นเดิมเพราะยกขุมพลังและระบบส่งกำลังมาทั้งชุด แต่ในรุ่น SV และ SV+ติดตั้งแพดเดิลชิฟท์ช่วยให้สนุกไปกับการขับขี่ ระบบความปลอดภัยจัดเต็มไปกับถุงลมนิรภัย 6 จุด พร้อมเทคโนโลยี G-CON ซึ่งผ่านการศึกษาวิจัยมาจากการใช้งานจริง รวมถึงติดตั้งตัวช่วยการขับขี่เต็มพิกัด

ในด้านราคา บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงใช้ราคาเดียวกับฮอนด้า ซิตี้ โฉมก่อน โดยรุ่น SV+ CVT ราคา 751,000 บาท,รุ่น SV CVT ราคา 736,000 บาท,รุ่น V+ CVT ราคา 689,000 บาท,รุ่น V CVT ราคา 649,000 บาท,รุ่น S CVT ราคา 589,000 บาท และ รุ่น S MT ราคา 550,000 บาท เมื่อนำมาเทียบกับสิ่งที่เพิ่มเติมมาในโมเดล 2017 สามารถพูดได้เต็มปากว่า “สุดคุ้ม” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะเห็นควรตามที่ได้นำเสนอหรือไม่

Rerun คลิปรายการ Auto World TV (5 กุมภาพันธ์ 2560)

0

คลิปรายการ Auto World TV

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560
เวลา 14.30 – 15.00 น. ทาง TNN 24
ดำเนินรายการโดย ภูวนาถ เผ่าจินดา
บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ออโต้บิลด์ ไทยแลนด์

“ปริศนา เลข 5 กับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่” บอดี้เสริมสำหรับรถธง สนองความต้องการของวัยมันส์ เตรียมแจ้งเกิดในไทยแน่นอน!!!!

0

ยังไม่ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปี วงการรถยนต์เมืองไทยก็บู๊กันมันหยด ช่วงนี้ค่ายรถโฟกัสไปที่เก๋งทั้งในรูปแบบซีดานและ แฮทช์แบค โดยข่าวร้อนล่าสุด ค่ายฮอนด้าเตรียมอวดโฉมรุ่นน้องของรถธงในรูปแบบบอดี้ใหม่ สไตล์ดุดัน ซึ่งจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ พร้อมปริศนาเลข 5 ที่หลายคนคงคาดเดากันออกว่าคืออะไร

หลังจากที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของ ฮอนด้า ได้เผยภาพปริศนา พร้อมกับข้อความ “อดใจรอ จนกว่าจะเห็นเต็มคัน” หลายคนได้เห็นคงไม่ต้องเดา แต่อีกหลายคนที่ยังไม่เห็น รับชมภาพก่อนรถจริงจะมา และก็ไม่ต้องเดาอีกว่ารถรุ่นนี้จะเผยโฉมสู่สาธารณชนเมื่อไหร่ งานเปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค แฮทแบค จะเกิดขึ้นแน่นอนก่อนงานบางกอกมอเตอร์โชว์ เพราะ ฮอนด้า จะใช้งานนี้เป็นเวทีแจ้งเกิด

อีกเรื่องที่สามารถฟันธงได้คือสมรรถนะเครื่องยนต์จะยังคงใช้เครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน ฮอนด้า ซีวิค โฉมปัจจุบัน แต่อีกหลายๆเรื่องที่ผมไม่ขอเดาคือออฟชั่นที่ค่ายผู้ผลิตจะติดตั้งในรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยประเด็นนี้คงต้อง “อดใจรอ” ตามที่เฟสบุ๊คแฟนเพจของ ฮอนด้า ได้แจ้งไว้


รับชมภาพ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ในรูปแบบแฮทช์แบค 5 ประตูกันก่อน สำหรับงานเปิดตัวจะมีขึ้นเมื่อไหร่ และ รถจริงจะงดงามเพียงใด ติดตามการนำเสนอผ่านการไลฟ์สดทาง เฟสบุ๊คแฟนเพจ Autoworldthailand พร้อมข้อมูลแน่นๆได้ที่www.autoworldthailand.com เร็วๆนี้ครับ

ที่มาของภาพ:Netcarshow.com